ธนาคารกสิกรไทยปรับโฉมบัตรเดบิตทั้งไลน์ใหม่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Every Good Day ดีทุกเดย์" โดยเหลือบัตรหลักเพียง 3 ใบคือ MORE, MOVE และ MOST ซึ่งแยกกันชัดเจนด้วยค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่แค่สีของบัตร
สำหรับคนที่เดินทางบ่อย จุดที่ต้องดูมีอยู่สองเรื่องเท่านั้น คือ ใบไหนได้ห้องรับรองสนามบิน และใบไหนยกเว้นค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน 2.5% คำตอบสั้น ๆ คือ MOVE ได้ทั้งสองอย่าง ส่วน MORE ไม่ได้เลย และ MOST ได้เฉพาะเรื่องค่าเงิน
ChaiMiles ได้สรุปค่าธรรมเนียม อัตราเงินคืนรายหมวด เพดานเงินคืนต่อปี ความคุ้มครองประกัน และเงื่อนไขที่มักถูกมองข้าม ไว้ให้ครบในบทความเดียว พร้อมเปรียบเทียบ MOVE กับบัตรเดบิต JOURNEY ที่หลายคนถืออยู่แล้ว
ภาพรวม บัตรทั้งสามใบต่างกันตรงไหน
สิทธิประโยชน์ที่เหมือนกันทั้ง 3 ใบ: ทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับ 1 K Point สูงสุด 400 คะแนนต่อบัตรต่อเดือน คะแนนมีอายุ 2 ปี และได้เงินคืนหมวดพื้นฐานชุดเดียวกัน คือ MRT, PTT Station และ Shopee/Lazada
MORE: ค่าธรรมเนียมต่ำสุด เน้นใช้จ่ายในประเทศ ไม่มีเลานจ์ ไม่มีการยกเว้นค่าความเสี่ยง 2.5%
MOVE: ใบเดียวที่ให้ห้องรับรองสนามบิน ยกเว้นค่าความเสี่ยง 2.5% ในหมวดท่องเที่ยว และเพิ่มเงินคืนหมวดความบันเทิง
MOST: เพดานเงินคืนสูงสุด 1,500 บาทต่อปี เน้นหมวดสุขภาพ เบี้ยประกัน และค่าโฆษณาออนไลน์ พร้อมประกันอุบัติเหตุที่แรงที่สุดในกลุ่ม
ระยะเวลารายการส่งเสริมการขาย: 25 สิงหาคม 2026 - 31 กรกฎาคม 2027 (ตามที่ระบุบนหน้าผลิตภัณฑ์ของธนาคาร)
คุณสมบัติผู้สมัคร: บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (MOST กำหนดช่วงอายุ 12 - 70 ปี) และต้องมีบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันกับธนาคารกสิกรไทย สมัครผ่านแอป K PLUS หรือสาขา
อ้างอิง: หน้าผลิตภัณฑ์บัตรเดบิต MORE, MOVE และ MOST บนเว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทย
บัตรเดบิต MORE ค่าธรรมเนียมถูกที่สุด แต่เพดานเงินคืนก็ต่ำที่สุด

MORE เป็นบัตรสีเงิน ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 299 บาท และรายปี 299 บาท โดยยกเว้นให้ปีแรก ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ 250 บาท ธนาคารวางไว้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และคนที่ใช้บัตรเดบิตแตะจ่ายในชีวิตประจำวัน
เงินคืนของ MORE มีสามหมวด ได้แก่ MRT 3% เมื่อใช้จ่ายสะสมครบ 500 บาท คืนสูงสุด 15 บาทต่อเดือน, Shopee และ Lazada 2% เมื่อสะสมครบ 1,000 บาท คืนสูงสุด 30 บาทต่อเดือน และ PTT Station 1% เมื่อสะสมครบ 1,000 บาท คืนสูงสุด 20 บาทต่อเดือน
ตัวเลขที่ต้องอ่านให้ดีคือ เพดานเงินคืนรวมทุกหมวดอยู่ที่ 250 บาทต่อบัตรต่อปี ซึ่งต่ำกว่าค่าธรรมเนียมรายปี 299 บาท แปลว่าตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป ต่อให้รูดเต็มเพดานทุกเดือนก็ยังไม่คุ้มค่าธรรมเนียมจากเงินคืนเพียงอย่างเดียว ส่วนที่เหลือต้องไปหวังจาก K Point และความคุ้มครองอุบัติเหตุแทน
ด้านประกัน MORE ให้ความคุ้มครองการสูญเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูงสุด 100,000 บาทต่อบัตร และมีค่าชดเชยความล่าช้าในการเดินทาง 1,000 บาทต่อการล่าช้าทุก 6 ชั่วโมง สูงสุด 10,000 บาท
บัตรเดบิต MOVE ใบเดียวที่ได้ทั้งเลานจ์และการยกเว้นค่าความเสี่ยง 2.5%

MOVE เป็นบัตรสีดำ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 599 บาท รายปี 599 บาท ยกเว้นปีแรก ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ 550 บาท เป็นใบที่ ChaiMiles มองว่าตรงกับผู้อ่านสายเดินทางมากที่สุด
ห้องรับรองสนามบิน ผู้ถือบัตรเลือกใช้ได้ระหว่าง Miracle Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง และ The Coral Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี หรือหาดใหญ่ โดยเงื่อนไขระบุว่า จำกัด 1 สิทธิ์ต่อบัญชีต่อปี รวมทุกห้องรับรองหรือจุดให้บริการ
การยกเว้นค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน 2.5% ใช้ได้เมื่อรูดที่เครื่องรับบัตร (EDC) ในต่างประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศนั้น และครอบคลุมรายการออนไลน์ (E-Commerce) เฉพาะในหมวดการท่องเที่ยว ส่วนรายการออนไลน์หมวดอื่น ๆ ไม่เข้าเงื่อนไข นี่คือจุดที่ต่างจาก JOURNEY อย่างชัดเจน เพราะ JOURNEY ยกเว้นให้เฉพาะรายการที่รูดผ่านเครื่อง EDC เท่านั้น
เงินคืนหมวดความบันเทิง ที่มีเฉพาะ MOVE ได้แก่ Streaming และ Music 3% เมื่อสะสมครบ 400 บาท คืนสูงสุด 12 บาทต่อเดือน, Gaming 3% เมื่อสะสมครบ 1,000 บาท คืนสูงสุด 30 บาทต่อเดือน และตั๋วคอนเสิร์ตผ่าน THAITICKETMAJOR 3% เมื่อสะสมครบ 3,000 บาท คืนสูงสุด 180 บาทต่อเดือน โดยยังได้หมวดพื้นฐาน MRT, PTT Station และ Shopee/Lazada เหมือนบัตรใบอื่น
ส่วนลดรถรับส่งสนามบิน รับส่วนลด 100% สำหรับค่าโดยสารรถรับ-ส่งสนามบินผ่าน Trip.com สูงสุดไม่เกิน 500 บาท ด้วยโค้ด DCKBANK จำกัด 1 สิทธิ์ต่อบัตรต่อเดือน สิทธิ์นี้เพียงครั้งเดียวก็เกือบคืนค่าธรรมเนียมรายปีแล้ว
ประกันของ MOVE ให้ความคุ้มครองการสูญเสียชีวิต อวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูงสุด 100,000 บาทต่อบัตร ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5,000 บาท และค่าชดเชยเที่ยวบินล่าช้า 1,000 บาททุก 6 ชั่วโมง สูงสุด 10,000 บาท ส่วนเพดานเงินคืนรวมทุกหมวดอยู่ที่ 400 บาทต่อบัตรต่อปี
MOVE เทียบกับบัตรเดบิต JOURNEY ควรเลือกใบไหน
คนที่ถือบัตรเดบิต JOURNEY อยู่แล้วน่าจะสงสัยว่าต้องเปลี่ยนไหม ทั้งสองใบให้ห้องรับรองสนามบินเท่ากันคือ 1 สิทธิ์ต่อปี ที่ Miracle Lounge หรือ The Coral Lounge และครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่มีจุดต่างสามข้อ
รายการ | MOVE | JOURNEY |
|---|
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า | 599 บาท | 700 บาท |
ค่าธรรมเนียมรายปี | 599 บาท (ฟรีปีแรก) | 550 บาท (ฟรีปีแรก) |
ขอบเขตยกเว้น 2.5% | EDC ต่างประเทศ และออนไลน์หมวดท่องเที่ยว | เฉพาะ EDC ต่างประเทศ (ไม่รวมออนไลน์และกดเงินสด) |
ประกันการเดินทาง | สูงสุด 100,000 บาท | สูงสุด 2,000,000 บาท จาก AXA คุ้มครองสูงสุด 10 วัน |
เงินคืนหมวดความบันเทิง | มี | ไม่มี |
สรุปคือ JOURNEY ยังเหนือกว่าเรื่องประกันการเดินทางแบบชัดเจน 2,000,000 บาท เทียบกับ 100,000 บาท ไม่ใช่ตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน ส่วน MOVE ได้เปรียบตรงที่การยกเว้น 2.5% ครอบคลุมการจองออนไลน์หมวดท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่คนไทยส่วนใหญ่จองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน บวกกับส่วนลดรถรับส่งสนามบินและเงินคืนหมวดความบันเทิง
เงื่อนไขที่ควรอ่านให้ละเอียดก่อนสมัคร
เพดานเงินคืนต่อปีคือตัวเลขจริงที่ได้ ไม่ใช่ 3% เมื่อมีเพดานรายเดือนต่อหมวดกำกับไว้ทุกช่อง ตัวอย่างเช่น MRT 3% แต่คืนสูงสุด 15 บาทต่อเดือน แปลว่าเงินคืนสูงสุดของหมวดนี้คือ 180 บาทต่อปี
ค่าธรรมเนียมรายปีฟรีเฉพาะปีแรก ปีที่สองเป็นต้นไปถูกเรียกเก็บเต็มจำนวน ควรประเมินตั้งแต่วันนี้ว่าปีถัดไปยังใช้สิทธิ์ได้คุ้มหรือไม่
สิทธิ์ห้องรับรองของ MOVE นับต่อบัญชี ไม่ใช่ต่อบัตร เงื่อนไขระบุว่า 1 สิทธิ์ต่อบัญชีต่อปี รวมทุกห้องรับรองหรือจุดให้บริการ การถือหลายบัตรจึงไม่ได้เพิ่มจำนวนครั้ง
การยกเว้น 2.5% ไม่ครอบคลุมการกดเงินสดจากตู้ ATM ต่างประเทศ และไม่ครอบคลุมการใช้จ่ายออนไลน์นอกหมวดท่องเที่ยว
ต้องรูดด้วยสกุลเงินท้องถิ่นเสมอ หากร้านค้าเสนอให้ชำระเป็นเงินบาท (Dynamic Currency Conversion) สิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมเนียมจะไม่ทำงาน และมักได้เรทที่แย่กว่า
เงินคืนโอนเข้าบัญชีภายใน 60 วันหลังสิ้นเดือน ไม่ได้เข้าทันทีเหมือนส่วนลด ณ จุดขาย
ระยะเวลารายการสิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2027 อัตราเงินคืนและเพดานหลังจากนั้นธนาคารสามารถปรับได้
คุ้มหรือไม่
ถ้ามองเฉพาะเงินคืน ตัวเลขไม่สวยสำหรับสองใบแรก MORE มีเพดานเงินคืน 250 บาทต่อปี ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมรายปี 299 บาท ส่วน MOVE มีเพดาน 400 บาทต่อปี ต่ำกว่าค่าธรรมเนียม 599 บาท ทั้งสองใบจึงไม่สามารถคืนทุนด้วยเงินคืนอย่างเดียวได้ แม้จะรูดเต็มเพดานทุกเดือนก็ตาม มีเพียง MOST ที่เพดาน 1,500 บาทต่อปี สูงกว่าค่าธรรมเนียม 699 บาท ราวสองเท่า
แต่สำหรับผู้อ่าน ChaiMiles สิทธิ์ที่ตัดสินความคุ้มของ MOVE ไม่ใช่เงินคืน คือการยกเว้นค่าความเสี่ยง 2.5% ถ้าใช้จ่ายต่างประเทศปีละประมาณ 24,000 บาท ก็ประหยัดได้ราว 600 บาท เท่ากับค่าธรรมเนียมรายปีพอดี ใครที่เดินทางปีละหนึ่งทริปและจ่ายค่าโรงแรมกับค่าอาหารด้วยบัตรก็มักเกินตัวเลขนี้ไปแล้ว เมื่อบวกส่วนลดรถรับส่งสนามบินสูงสุด 500 บาทและสิทธิ์ห้องรับรองอีก 1 ครั้ง ค่าธรรมเนียม 599 บาทถือว่าคืนทุนได้ไม่ยาก
ในทางกลับกัน MORE เป็นบัตรที่คุ้มเฉพาะปีแรกที่ยกเว้นค่าธรรมเนียม ส่วนใครที่ต้องการเฉพาะบัตรไว้กดเงินและแตะจ่ายในประเทศ บัตรเดบิตพื้นฐานที่ค่าธรรมเนียมถูกกว่ายังตอบโจทย์กว่า และ MOST จะคุ้มก็ต่อเมื่อมีค่าใช้จ่ายจริงในหมวดของมัน เช่น ยิงแอดเดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป หรือใช้จ่ายโรงพยาบาลและคลินิกเป็นประจำ ไม่ใช่บัตรที่ซื้อไว้เพื่อประกันอุบัติเหตุ 200,000 บาทเพียงอย่างเดียว