Complimentary Drink & Snack
ข้อดีของโรงแรมในญี่ปุ่นส่วนใหญ่คือมักจะมีเครื่องทำชา-กาแฟ ให้กดได้ฟรีตลอดวัน
ซึ่งรวมถึง Courtyard by Marriott Hakuba ด้วยเช่นกัน
เครื่องกาแฟจะตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ชั้น 1 สามารถกดได้ทั้งแบบ Black Coffee และ
Espresso
นอกจากชา-กาแฟแล้ว ยังมีน้ำเปล่าและน้ำผลไม้ให้บริการตลอดวันอีกด้วย
และทุกวันในช่วงบ่าย
ทางโรงแรมจะเตรียมขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมชาร้อนให้บริการฟรีอีกด้วย
Shuttle Bus ไปสถานที่ท่องเที่ยว
อีก 1 จุดเด่นของ Courtyard by Marriott Hakuba คือมี Shuttle Bus
ให้บริการไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมครบ ไม่ว่าจะเป็น Happo One / Iwatake
Mountain Harbour / Tsugaike ซึ่งเป็น 3 สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของทาง Hakuba
เวลาดูตารางรถ ให้ดูตามสีด้วยนะครับ ช่องเวลาสีชมพูๆคือขึ้นได้อย่างเดียว /
สีเหลืองคือลงได้อย่างเดียว / สีขาวคือขึ้นหรือลงก็ได้
แม้ว่ารถบัสคันนี้จะผ่านโรงแรมและสถานี Hakuba
แต่ก็ไม่สามารถใช้เดินทางไปมาระหว่าง 2 ที่นี้ได้นะครับ
ตารางเวลา Shuttle Bus จะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี สามารถเช็คตารางได้จากเว็บของทาง
Happo One / Iwatake Mountain Harbour / Tsugaike ได้โดยตรง หรือจะขอให้ทางโรงแรม
Print ตารางให้ก็ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีส่วนลดให้แขกที่มาพักทุกคนอีกด้วย
สามารถซื้อกับทางโรงแรมได้ในวันที่ต้องการจะเดินทาง (ไม่จำเป็นต้องซื้อล่วงหน้า)
Premium Room with Private Onsen
ความน่าสนใจของ Courtyard by Marriott Hakuba
คือมีห้องพักที่มีบ่อแช่ออนเซ็นส่วนตัว โดยน้ำในบ่อจะเป็นน้ำแร่ที่หมุนเวียนตลอด
ไม่สามารถปิดได้ ขนาดของบ่อแช่สามารถนั่งพร้อมกันได้ 2 คนสบายๆ
น้ำแร่ที่ไหลตลอดจะอุณหภูมิประมาณ 40 องศา ถ้าร้อนเกินไป
สามารถหมุนก็อกข้างๆบ่อแช่เพื่อเปิดน้ำเย็นปรับอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสมได้
มาดูในส่วนของห้องพักกันบ้าง เตียงของ Courtyard by Marriott Hakuba จะเป็นแบบ
Twin ทั้งหมด ตัวเตียงเป็นล้อเลื่อน สามารถเลื่อนได้ แต่หัวเตียงขยับไม่ได้
ด้านในจะเป็นโซนนั่งเล่นสไตล์ญี่ปุ่น มีโต๊ะและเบาะให้นั่งเล่น
Welcome Amenity สามารถเลือกเป็น Point หรือว่าจะเลือกเป็นขนมและเครื่องดื่มก็ได้
โดยถ้าเลือกเป็นเครื่องดื่ม จะได้เบียร์ 1 ขวดเล็ก พร้อมขนมถุง
จัดมาได้น่ารักมากๆ
ตรงบริเวณตู้เสื้อผ้า จะมีฝูก ผ้าห่ม หมอนเตรียมเอาไว้ให้ในตู้
ครอบครัวไหนมาพร้อมเด็กๆ สามารถเลื่อนเก็บโต๊ะนั่งเล่น
และเปลี่ยนบริเวณนั่งเล่นเป็นที่นอนได้สบายๆ
บริเวณปลายเตียงจะมีชุดยูกาตะ
และถุงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสำหรับไปแช่ออนเซ็นของทางโรงแรม
บริเวณหัวเตียงจะเป็นแผงควบคุมไฟในห้องทั้งหมด
พร้อมกับมีปลั๊กให้เสียบชาร์จจากเตียงนอนได้ทั้ง 2 ฝั่ง
เมื่อมองจากโซนนั่งเล่นกลับไปทางเตียงนอน จะเห็นว่าตรงโซนห้องน้ำเป็นกระจกใส
มีแบ่งโซนเปียก โซนแห้งชัดเจน
สามารถปิดผ้าม่านได้สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวตอนอาบน้ำ
ภายในห้องจะมีน้ำแร่ให้ทั้งหมด 3 ขวด เติมให้ทุกวัน (ไม่รู้ว่าขอเพิ่มได้ไหม
ไม่ได้ถามทางโรงแรม)
ชา-กาแฟ มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบกาแฟดริป และแบบกาแฟสำเร็จรูป ในส่วนของชาเขียว
ITO EN ก็หอมใช้ได้เลย
บริเวณปลายเตียงจะเป็นทีวีจอแบนขนาดใหญ่ ช่องทีวีส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่นล้วน มี NHK
World ที่พอมีภาษาอังกฤษบ้าง
บริเวณห้องน้ำมีข้าวของเครื่องใช้เตรียมไว้ให้ครบ เอาไปแต่ตัว
ข้าวของเครื่องใช้ไม่ต้องพกไปก็ได้
สุขภัณฑ์ตามสไตล์ญี่ปุ่น นั่งแล้วตูดอุ่น ล้างตูดง่าย แถมเป็นที่กดน้ำอัตโนมัติ
เอาจริงๆคือไฮโซกว่า Conrad Bangkok อีกนะ
วิวจากห้องพักชั้น 3 ได้วิวสีเขียวเต็มๆ มีความเป็นส่วนตัวระดับนึง
แต่เวลาอาบน้ำแต่งตัว ก็ควรปิดผ้าม่านซักนิดนะครับ 😁
ภาพรวมห้องพัก ถือว่าขนาดปรกติสำหรับประเทศไทย แต่ขนาดใหญ่สำหรับญี่ปุ่น
บ่อแช่ออนเซ็นในห้องนี่คือยืน 1 ในเรื่องความสบายเลยจริงๆ
อาหารเช้าที่ LavaRock
หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากๆของ Marriott Bonvoy รอบนี้ก็คือ
Complimentary Breakfast ทุกวัน ซึ่งอาหารเช้าของ Courtyard by Marriott Hakuba
เรียกได้ว่าเกินราคาไปไกลมาก
สิ่งที่ทำให้ ChaiMiles ปราบปลื้มอาหารเช้าของที่นี่มากๆ
ก็คือการที่อาหารส่วนใหญ่เป็นสไตล์ญี่ปุ่น และมีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นแยมแอปเปิ้ลเนื้อของๆ Shinshu ข้าวสายพันธ์ Koshihikari
ที่ปลูกในเมือง Hakuba ไปจนถึงผลไม้อย่างเคพกูสเบอร์รี่
อาหารเช้าจะให้บริการที่ห้องอาหาร LavaRock ชั้น 1 เปิดตั้งแต่ 07:00 - 11:00
(Last Entry 09:30 และ Last Order 10:00)
เริ่มจากโซนเครื่องดื่มอย่างชาและกาแฟ มีแก้วกระดาษ
สามารถกดจากเครื่องทำกาแฟสดและเอาไปกินข้างนอกได้
ชาของ TWG แบบ Grand Crus Prestige ที่แม้แต่โรงแรม 5 ดาวทั่วไปก็ไม่ใช้เกรดนี้
เวลาขายเป็น Package ซองนึงจะอยู่ที่ 50 บาท ความหอมจะต่างจากชา TWG ทั่วไปมาก
ชอบอันไหน หยิบใส่กดน้ำร้อนได้เองเลย
น้ำผลไม้คั้นสด ใส่ในถ้วยเล็กจุ๋มจิ๋ม ส่วนใหญ่จะเป็น Grapefruit กับ Orange
รสชาติดี หวานนิด ฝาดหน่อยๆ
ข้างๆกันจะเป็นโซนน้ำผลไม้และน้ำแบบต่างๆ
มีให้ครบตามมาตรฐานโรงแรมเครือใหญ่ๆ
มาดูโซนอาหารร้อนกันบ้าง เริ่มจากเมนูไข่ Omelette ที่เลือก Topping
ได้ว่าจะใส่กับผักพื้นเมืองของ Hakuba หรือจะ Mix 4 มะเขือเทศ เบค่อน หัวหอม
และชีส หรือถ้าชอบแบบอื่นๆก็สั่งได้โดยตรงกับทางเชฟ
เมนูไข่ต้นด้านหน้า มีให้เลือกทั้งแบบต้ม 5 นาที / 8 นาที / 12 นาที
ชอบความสุขแบบไหนหยิบไปได้เลย
ข้างๆกันมีไข่ดาว Scramble และผักต่างๆ เลือกได้ตามชอบ ถ้ายังไม่ถูกใจ
เดินไปอีกหน่อยมีไข่ออนเซ็นให้เลือกอีกแบบ
ข้างๆกันเป็นโซนอาหารฝรั่ง ไส้กรอกและเบค่อน
ที่ญี่ปุ่นยังไม่เห็นที่ไหนทำเบค่อนกรอบแบบไทย น่าจะไม่ใช้สไตล์คนญี่ปุ่น
ถัดมาเป็นเมนูแกงกับ Hash Brown
ใกล้กันจะมีเมนูปลาหมักมิโสะย่าง สลับเปลี่ยนไปในแต่ละวันกับปลาซาบะย่าง
ขอบอกว่าปลาหมักมิโสะย่างที่นี่อร่อยมากๆ
ข้างๆกันเป็นเมนูข้าวปั้นโปะมิโสะย่าง กินกับซุปชา (Chasuke)
ต่อด้วยซุปมิโสะและเฝอ ซุปมิโสะที่นี่ไม่กะโหลกกะลานะครับ
เครื่องแน่นทั้งหัวไชเท้า เต้าหู้ และรากโกโบ
ถัดมาเป็นโซบะร้อน เส้นโซบะนี่ถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของ Nagano
ถ้าใครมาเที่ยวโซนนี้จะเห็นเลยว่าร้านขายของฝากจะมีเส้นโซบะขายเยอะมากๆ
กินโซบะเปล่าๆมันไม่อร่อย ต้องโปะด้วยหมูชาชูหันชิ้นเล็กๆ
ตามด้วยมันโทโรโระและหัวหอม กินคู่กับไข่ออนเซ็น ฟินสำหรับคนชอบอาหารญี่ปุ่นมาก
ข้าวสวยและข้าวต้มของที่นี่ ใช้ข้าวสายพันธุ์ Koshihikari ของเมือง Hakuba เอง
ตัวข้าวหุงออกมาได้ดี นุ่มเป็นเงา ถึงจะสู้ Wako ไม่ได้
แต่ก็ทำได้ดีกว่าโรงแรมทั่วไปมาก
ที่ขาดไม่ได้สำหรับคนญี่ปุ่นก็คือถั่วเน่า (Nutto) ผงโรยข้าว และสาหร่ายย่าง
เอาไว้กินกับข้าวสวยอุ่นๆ
มาต่อกันที่โซนสลัดบาร์ ผักสลัดหลากหลายชนิดหั่นชิ้นเล็กพอดีคำ
ท็อปปิ้งด้วยแซลมอลรมควันและ Cold Cut แบบต่างๆ
คนรักชีสก็มีให้ครบ น้ำสลัดมีให้เลือกถึง 4 แบบ ตั้งแต่เอเชียไปจนตะวันตก
มาต่อกันที่เบเกอรี่ เริ่มจากครัวซองต์ที่ใช้เนยนำเข้าจากฝรั่งเศส
มีเตาติ๊งอุ่นร้อนให้พร้อม ตามด้วยขนมปังแบบต่างๆ
จัดซุ้มขนาดไม่ใหญ่ แต่มีให้เลือกหลากหลาย ของเติมไวไม่เคยพร่อง
เช้าๆใครชอบจิบชาสวยๆ คู่กับมัฟฟินก็มีให้เลือก 3 แบบ
มินิแพนเค้กและวาฟเฟิล ขนาดเล็กพอดีคำ Topping มีวางให้เลือกเยอะ
และที่ไม่ควรพลาดของสายเบเกอรี่ก็คือแยมของ Shinshu ทั้งแอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่
องุ่น เนื้อๆเน้นๆ
คอนเฟลกสำหรับเด็กมีให้เลือก 3 อย่าง อันนี้ไม่ได้ชิมเพราะเลยวัยไปไกลแล้ว
ผลไม้สดของที่นี่เหมือนฉีดน้ำตาลตามด้วยแช่น้ำเชื่อม
อะไรมันจะหอมหวานอร่อยขนาดนั้น อันนี้ไม่ได้เวอร์นะ เพราะหลังจาก Check-out
ที่นี่แล้วไปเจอเมล่อนมื้อเช้าที่ InterContinental Tokyo
นี่คือถึงขั้นร้องยี้เลยนะครับ ความอร่อยต่างกันคนละโลก
ส่วนที่เห็นด้านบนดึ๋งๆนั่นคือ Pudding มะม่วง
ตามด้วยเคพกูสเบอร์รี่อร่อยเข้มข้น บลูเบอร์รี่นี่เฉยๆ
ผลไม้ตากแห้งและโยเกิร์ตแบบต่างๆ เป็นอันจบอาหารเช้าของที่นี่ (เขียนเอง
ลงรูปเองยังเหนื่อยเลย แต่กินให้ครบนี่เหนื่อยกว่ามาก)
อาหารเย็นที่ LavaRock
มื้อเย็นที่ LavaRock จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 18:30 เป็นต้นไป
โดยมีเสิร์ฟอาหารทั้งแบบ Course และ a la carte ช่วงสุดสัปดาห์คนจะแน่นมากๆ
แนะนำให้จองโต๊ะริมหน้าต่างล่วงหน้าก่อนนะครับ
สำหรับคนที่ไม่ได้เช่ารถขับ ร้านอาหารใกล้ๆโรงแรมส่วนใหญ่ยังปิดอยู่
จะมีเปิดให้บริการเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น และทางเดินบนถนนยามค่ำคืนค่อนข้างมืด
ส่วนตัวแนะนำให้กินในโรงแรมจะดีกว่านะครับ
สำหรับสมาชิก Marriott Bonvoy Platinum / Titanium / Ambassador จะได้รับส่วนลด
20% โดยคิดส่วนลดจากราคา net (ราคาที่แสดงในเมนูจะเป็นราคา net รวม VAT และ
Service เรียบร้อยแล้ว)
นอกจากนี้ ที่ห้องอาหาร LavaRock
ยังมีน้ำเปล่าให้บริการโดยที่ไม่ต้องเสียค่าน้ำเพิ่มแต่อย่างใด
Shinshu Combo 6,000 เยน
เริ่มจากเมนูแรกเป็น Shinshu Combo ซึ่งก็คือเนื้อหมู ไก่
และปลาแซลมอลท้องถิ่นของ Nagano มาพร้อมมันฝรั่งและผักย่าง
ซึ่งในเมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหรือขนมปัง
Sauteed Spinach 700 เยน
Side dish ที่สั่งมากินเพิ่มคู่กันจานนี้เป็น Sauteed Spinach ปริมาณโอเค
แต่รสชาติไม่ค่อยถูกใจ
Spicy Chicken Wing 1,800 เยน
ของกินเล่นถัดมาเป็นปีกไก่ทอดรสเผ็ด ทางโรงแรมจะมีถุงมือพลาสติกให้
แบบเดียวกับการกินไก่ทอดเกาหลี ปีกไก่ทอดมาร้อนๆ ซอสรสชาติดีอร่อย
Shinshu Soba and Shrimp Tempura 1,700 เยน
เมนูโซบะกับกุ้งทอดเทมปุระ เมนูนี้ส่วนตัวคิดว่าไม่ผ่าน
รสชาติน้ำซุปกับเส้นน่าจะแบบเดียวกับอาหารเช้า ส่วนกุ้งตัวเล็กและแป้งหนาไปเยอะ
ราคาอาหารที่ LavaRock นั้นไม่ถูก แต่ถ้าคิดว่าได้ส่วนลดจาก Marriott Bonvoy
รวมถึงได้คะแนนด้วยแล้ว จะคิดเป็นส่วนลดประมาณ 30%
ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารที่ได้
สรุปรายละเอียดการเข้าพัก
โรงแรม Courtyard by Marriott Hakuba เป็นอีก 1
โรงแรมที่คุ้มค่าสำหรับการใช้คะแนนแลกห้องพักมากๆ เพราะช่วงที่ไปพักเดือนตุลาคม
ราคาต่อคืนจะอยู่ที่ 40,000 เยน แต่สามารถใช้ 92,000 คะแนน ในการแลกห้องพัก 5
คืนติดต่อกัน
แม้ว่าโรงแรมนี้จะเป็นแค่โรงแรม 3 ดาว (อ้าอิงตาม Google Map) แต่คุณภาพงานบริการ
อาหารเช้า Lounge ตอนเย็น รวมไปถึงสภาพห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ก็ต้องบอกว่า Courtyard ที่นี่คือ 5 ดาวที่มีออนเซ็นแทนสระว่ายน้ำ ข้อเสียเพียง 1
เดียวคือโรงแรมไม่มีรถรับส่งระหว่างสถานี Hakuba
ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวแถวนี้ ChaiMiles ก็แนะนำให้มาลองพักที่นี่สักครั้ง