
เที่ยวยุโรป เที่ยวบินล่าช้า อย่าลืมเคลมสิทธิ์ที่ควรได้สูงสุด 600 ยูโร
ChaiMiles ได้สรุปว่ากฎ EU 261 คุ้มครองเที่ยวบินไหน ได้เงินชดเชยเท่าไร กรณีไหนเคลมไม่ได้ วิธียื่นเคลม และกฎฉบับปรับปรุงที่กำลังจะมีผล ไว้ให้ครบถ้วน
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากสหภาพยุโรป โดย ChaiMiles เป็นผู้รวบรวมและเรียบเรียง เพื่อนำเสนอข้อมูลการเดินทางเที่ยวสหภาพยุโรป บทความนี้ไม่ใช่บทความของเจ้าของผลิตภัณฑ์ และไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใด | ChaiMiles อาจจะได้รับผลตอบแทนจากการคลิก link ในบทความ ขอบคุณที่สนับสนุน ChaiMiles
EU 261/2004 คืออะไร
สหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบ EU 261/2004 เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้โดยสารเครื่องบิน มีผลตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ 2005 โดยบังคับใช้กับ "ทุกสายการบิน" ที่บินออกจากสนามบินในสหภาพยุโรป ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ และ "สายการบินของสหภาพยุโรป ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์" ที่บินจากนอกยุโรปเข้ามายังสหภาพยุโรป
สรุปให้เข้าใจโดยง่าย
เที่ยวบิน | สายการบิน EU | สายการบิน Non-EU |
บินจาก EU ไป EU | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
บินจาก EU ไป Non-EU | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
บินจาก Non-EU ไป EU | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
บินจาก Non-EU ไป Non-EU | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
สายการบินของสหภาพยุโรป ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ คุ้มครองทั้งเที่ยวบินขาออกจากสนามบินในยุโรป และเที่ยวบินขาเข้ายุโรป
สายการบินนอกยุโรป คุ้มครองเฉพาะเที่ยวบินขาออกจากสนามบินในยุโรปเท่านั้น (เช่น บินการบินไทยออกจากแฟรงก์เฟิร์ตหรือมิวนิก ใช้สิทธิ์ได้ แต่ขาจากกรุงเทพฯ ไปยุโรปไม่คุ้มครอง)
ผู้โดยสารสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎระเบียบ EU 261/2004 โดยจองเที่ยวบินผ่านทางไหนก็ได้ (ไม่ว่าจะจองตรงกับทางสายการบิน จองกับ Travel Agency อย่าง Expedia | Traveloka | Trip.com หรือแม้แต่การซื้อ Package ทัวร์ รวมถึงการใช้ไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน) รวมถึงสายการบินทั้งแบบ low-cost และ full-service
ข้อควรรู้: หลัง Brexit เที่ยวบินขาออกจากสหราชอาณาจักร (เช่น ลอนดอน) ไม่อยู่ภายใต้ EU 261 แต่ใช้กฎ UK261 แทน ซึ่งมีโครงสร้างสิทธิ์เหมือนกัน แต่จ่ายเงินชดเชยเป็นปอนด์ คือ 220 / 350 / 520 ปอนด์ ตามระยะทาง
สามารถดูรายละเอียดบนเว็บสหภาพยุโรปได้ที่นี่

สิทธิ์ของผู้โดยสาร มีอะไรบ้าง
กฎระเบียบ EU 261/2004 ได้ทำการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้โดยสารเอาไว้ 4 เรื่องด้วยกัน คือ
เที่ยวบินล่าช้า (Delays)
การยกเลิก หรือปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง (Cancellation or Denied Boarding)
การอัปเกรด หรือดาวน์เกรด ที่นั่ง (Upgrading or Downgrading)
สถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances)
เที่ยวบินล่าช้า

เที่ยวบินล่าช้า ตามกฎระเบียบของ EU 261 จะมีรายละเอียดสิทธิ์ของผู้โดยสารอยู่ 2 ส่วนหลักๆคือ
ทั้งนี้ สิทธิ์ได้รับการดูแล (Right to care) ใช้ได้เสมอ แม้การล่าช้าจะเกิดจากสถานการณ์พิเศษ ส่วนเงินชดเชย (Right to compensation) จะได้เฉพาะเมื่อการล่าช้าไม่ได้เกิดจากสถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances) ที่อยู่เหนือการควบคุมของสายการบิน
The right to care จะเป็นส่วนที่สายการบินจะต้องรับผิดชอบดูแล และอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเมื่อเที่ยวบินเกิดการล่าช้าก่อนเครื่องออก (Delay at departure)
เงื่อนไข | สิทธิ์ของผู้โดยสาร |
ระยะทางไม่เกิน 1,500 km ล่าช้าตั้งแต่ 2 ชั่วโมง | อาหารและเครื่องดื่ม (Meal & Refreshment) โทรศัพท์ หรืออีเมล 2 ครั้ง |
บินภายใน EU ระยะเกิน 1,500 km หรือระยะ 1,500 - 3,500 km ล่าช้าตั้งแต่ 3 ชั่วโมง | อาหารและเครื่องดื่ม (Meal & Refreshment) โทรศัพท์ หรืออีเมล 2 ครั้ง |
เที่ยวบินอื่นๆ (ระยะเกิน 3,500 km) ล่าช้าตั้งแต่ 4 ชั่วโมง | อาหารและเครื่องดื่ม (Meal & Refreshment) โทรศัพท์ หรืออีเมล 2 ครั้ง |
ต้องเลื่อนออกเดินทางเป็นวันถัดไป | โรงแรม พร้อมรถรับส่งระหว่างสนามบินและโรงแรม |
ในกรณีที่เที่ยวบินล่าช้าตั้งแต่ 5 ชั่วโมงขึ้นไป ผู้โดยสารมีสิทธิ์ขอคืนเงินค่าตั๋วเต็มจำนวน (ถ้าเป็นเที่ยวบินต่อเครื่อง สายการบินต้องจัดเที่ยวบินพากลับสนามบินต้นทางให้ด้วย) เมื่อเลือกขอคืนเงินแล้ว สายการบินไม่ต้องดูแลอำนวยความสะดวกต่อ ส่วนสิทธิ์เงินชดเชยยังพิจารณาตามระยะทางของเที่ยวบิน
The right to compensation คือเงินชดเชยที่ผู้โดยสารเรียกร้องได้ เมื่อถึงปลายทางสุดท้ายช้ากว่ากำหนดตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป (Delay at arrival) โดยสาเหตุของการล่าช้าต้องมาจากสายการบินเอง ไม่ใช่สถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances) และการพลาดเที่ยวบินต่อที่อยู่ในการจองเดียวกันจนถึงปลายทางช้า ก็นับรวมในกรณีนี้ด้วย
ระยะทาง | เงินชดเชย |
น้อยกว่า 1,500 km | 250 ยูโร |
มากกว่า 1,500 km (กรณีบินภายในสหภาพยุโรป)
| 400 ยูโร |
ระหว่าง 1,500 - 3,500 km | 400 ยูโร |
มากกว่า 3,500 km | 600 ยูโร |
สำหรับเที่ยวบินระยะเกิน 3,500 km ที่ถึงปลายทางช้า 3 - 4 ชั่วโมง สายการบินอาจจ่ายเงินชดเชยลดลง 50% เหลือ 300 ยูโร
เที่ยวบินยกเลิก / ถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง
ในกรณีที่ผู้โดยสารถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง หรือสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินจะต้องให้ผู้โดยสารเลือกได้ 1 ใน 3 ทาง ดังนี้
ขอคืนเงินค่าตั๋วภายใน 7 วัน (กรณีเที่ยวบินต่อเครื่อง สายการบินต้องจัดเที่ยวบินพากลับสนามบินต้นทางให้ด้วย)
ให้สายการบินเปลี่ยนเที่ยวบิน ไปถึงปลายทางเดิมโดยเร็วที่สุด
ให้สายการบินเปลี่ยนเที่ยวบิน ไปถึงปลายทางเดิมในวันอื่นที่ผู้โดยสารสะดวก (ขึ้นกับที่นั่งว่าง)
นอกจากทางเลือกด้านบน ผู้โดยสารยังได้รับการดูแล (Right to care) ระหว่างรอ และมีสิทธิ์เรียกร้องเงินชดเชย (Compensation) เพิ่มเติมตามระยะทางของเที่ยวบิน กรณียกเลิกเที่ยวบินจะได้เงินชดเชยเมื่อสายการบินแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 14 วัน และสาเหตุต้องไม่ใช่สถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances) ส่วนการถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องโดยไม่สมัครใจ เช่น จากการขายตั๋วเกิน (Overbooking) สายการบินต้องจ่ายเงินชดเชยทันที
ระยะทาง | เงินชดเชย |
น้อยกว่า 1,500 km | 250 ยูโร |
มากกว่า 1,500 km (กรณีบินภายในสหภาพยุโรป)
| 400 ยูโร |
ระหว่าง 1,500 - 3,500 km | 400 ยูโร |
มากกว่า 3,500 km | 600 ยูโร |
กรณียกเลิกที่ไม่ได้รับเงินชดเชย
สายการบินแจ้งยกเลิกล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง
แจ้งล่วงหน้า 7 - 14 วัน และเสนอเที่ยวบินใหม่ที่ออกเร็วกว่าเดิมไม่เกิน 2 ชั่วโมง และถึงปลายทางช้ากว่าเดิมไม่เกิน 4 ชั่วโมง
แจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 7 วัน และเสนอเที่ยวบินใหม่ที่ออกเร็วกว่าเดิมไม่เกิน 1 ชั่วโมง และถึงปลายทางช้ากว่าเดิมไม่เกิน 2 ชั่วโมง
การอัปเกรด หรือดาวน์เกรดที่นั่ง

ในกรณีที่มีการจองตั๋วเครื่องบิน และสายการบินไม่สามารถจัดเตรียมที่นั่งตามประเภทที่จองได้ สายการบินจะต้องรับผิดชอบดูแลผู้โดยสารดังนี้
ระยะทาง | เงินคืน |
น้อยกว่า 1,500 km | 30% ของค่าตั๋ว |
มากกว่า 1,500 km (กรณีบินภายในสหภาพยุโรป)
| 50% ของค่าตั๋ว |
ระหว่าง 1,500 - 3,500 km | 50% ของค่าตั๋ว |
มากกว่า 3,500 km | 75% ของค่าตั๋ว |
สถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances)

สถานการณ์พิเศษ (Extraordinary Circumstances) คือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและอยู่เหนือการควบคุมของสายการบิน ในกรณีนี้ผู้โดยสารจะเรียกร้องเงินชดเชยไม่ได้ แต่ยังได้รับการดูแล (Right to care) และเลือกขอคืนเงินหรือเปลี่ยนเที่ยวบินได้ตามปกติ โดยสายการบินต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าเป็นสถานการณ์พิเศษจริง
ตัวอย่างการแยกเคส
เคลมได้ | เคลมไม่ได้ |
สายการบินเกิดปัญหาทางเทคนิค | ปัญหาความปลอดภัยที่ไม่ได้มาจากตัวเครื่องบิน |
พนักงานสายการบินนัดหยุดงาน | ความไม่สงบทางการเมือง |
| พนักงานภายนอกนัดหยุดงาน เช่น ATC |
| ปัญหาทางสภาพอากาศ |
ในกรณีที่คิดว่าเหตุการณ์ที่เจอไม่เข้าข่าย Extraordinary Circumstances แต่ทางสายการบินปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชย ChaiMiles แนะนำให้ใช้บริการของ AirHelp (บริษัทที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือในการเรียกร้องสิทธิ์ โดยหากสามารถเรียกร้องได้ ทางบริษัทจะหักค่าธรรมเนียมไปบางส่วน)
วิธีการเคลมสิทธิ์
แม้ว่าตามกฎระเบียบ EU 261/2004 จะมีเพื่อรักษาสิทธิ์ของผู้โดยสาร แต่กฎระเบียบดังกล่าว "ไม่ได้ถูกบังคับใช้โดยอัตโนมัติ" ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สะดวกในการเดินทาง ผู้โดยสารจะต้องกรอกแบบฟอร์ม และยื่นเรื่องกับสายการบินที่ใช้บริการ โดยสามารถดูรายละเอียด และช่องทางสำหรับยื่นเอกสารของแต่ละสายการบินได้ที่นี่
หมายเหตุ: Cathay Pacific, Emirates, Qatar Airways, Singapore Airlines, Thai Airways และ Turkish Airlines เป็นสายการบินนอกยุโรป จึงคุ้มครองตาม EU 261 เฉพาะเที่ยวบินขาออกจากยุโรป ส่วน British Airways เป็นสายการบินของสหราชอาณาจักร ใช้ EU 261 กับเที่ยวบินขาออกจาก EU และใช้ UK261 กับเที่ยวบินขาออกจากสหราชอาณาจักร
หากสายการบินไม่ตอบ หรือปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชย
ยื่นคำร้องกับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินจริง (Operating carrier) พร้อมแนบข้อมูลการจอง Boarding Pass และใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
หากสายการบินไม่ตอบภายใน 2 เดือน หรือคำตอบไม่เป็นที่พอใจ ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับ (National Enforcement Body) ของประเทศที่เกิดเหตุ หรือใช้หน่วยงานระงับข้อพิพาท (ADR)
ทางเลือกสุดท้ายคือยื่นฟ้องผ่าน European Small Claims Procedure
ระยะเวลาที่ยื่นเคลมย้อนหลังได้ขึ้นกับกฎหมายของแต่ละประเทศ จึงควรยื่นเรื่องโดยเร็วหลังเกิดเหตุ