ALL Accor+ Voyager คือบัตรสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมรายปีของเครือ Accor ที่ให้ส่วนลดค่าห้อง 15% ตลอดทั้งปี พร้อม Status Nights ฟรี 20 คืน สำหรับคนไทยที่คุ้นเคยกับ Accor Plus (ปัจจุบันคือ ALL Accor+ Explorer) มาก่อน Voyager คือรุ่นกลางที่ราคาถูกกว่าเล็กน้อยแต่ตัดสิทธิประโยชน์ฝั่งเอเชียแปซิฟิกออกไปเกือบทั้งหมด
ChaiMiles ได้สรุปรายละเอียด สิทธิประโยชน์ ข้อดีข้อเสีย และคำแนะนำว่าเหมาะกับใคร อัปเดตล่าสุด ณ สิงหาคม 2026 ไว้ให้ครบถ้วนในบทความนี้
ALL Accor+ Voyager คืออะไร
Accor ได้รวมบัตรสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวคือ ALL Accor+ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ALL Accor+ ibis, ALL Accor+ Voyager และ ALL Accor+ Explorer
Voyager เป็นระดับกลาง ใช้ได้กับโรงแรมกว่า 4,500 แห่งในเครือ Accor ครอบคลุมมากกว่า 30 แบรนด์ ตั้งแต่ระดับ Luxury อย่าง Raffles, Sofitel Legend, Fairmont, Sofitel, MGallery ไปจนถึงระดับ Premium อย่าง Pullman, Swissôtel, Mövenpick, Grand Mercure ระดับ Midscale อย่าง Novotel, Mercure, Tribe, Handwritten และระดับ Economy อย่าง ibis, ibis Styles, greet และ ibis budget
จุดต่างสำคัญคือ Voyager ไม่มีสิทธิ์ห้องพักฟรี ไม่มีส่วนลดร้านอาหาร และไม่ได้สถานะ Gold ทันที ซึ่งเป็นสามสิ่งที่สมาชิก Accor Plus เดิมในไทยคุ้นเคยที่สุด
ราคาและอายุสมาชิก
ค่าธรรมเนียม: 179 ยูโรต่อปี หรือแบ่งจ่าย 14.92 ยูโรต่อเดือน (ราคารวมภาษีแล้ว)
คิดเป็นเงินบาท: ประมาณ 6,870 บาท ที่อัตรา 1 ยูโร = 38.393 บาท (28 สิงหาคม 2026) ทั้งนี้ Accor ไม่ได้ประกาศราคาเป็นเงินบาทสำหรับ Voyager จึงต้องบวกค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของบัตรเครดิตเพิ่มอีกราว 2 - 2.5%
อายุสมาชิก: 12 เดือนต่อเนื่อง นับจากวันที่ Accor ยืนยันการสมัคร
ข้อจำกัด: หนึ่งบัญชี ALL Accor สมัครได้เพียงหนึ่ง subscription เท่านั้น และต้องเป็นสมาชิก ALL Accor ที่ยัง active อยู่
สิทธิประโยชน์ทั้งหมดของ ALL Accor+ Voyager
1. ส่วนลดค่าห้อง 15% ตลอดทั้งปี
ส่วนลดคิดจาก best public rate of the day หรือราคาสาธารณะที่ดีที่สุดของวันนั้น ใช้ได้สูงสุด 2 ห้องต่อการจองหนึ่งครั้ง (โรงแรมและวันเดียวกัน) โดยตัวสมาชิกต้องเข้าพักในหนึ่งในสองห้องนั้นด้วย
ใช้ได้กับ rate plan แบบ room only, room with breakfast และ half-board ส่วน all-inclusive ไม่รวมอยู่ในสิทธิ์ เว้นแต่โรงแรมจะระบุไว้ชัดเจน
2. Status Nights ฟรี 20 คืน
Accor จะเครดิต 20 Status Nights เข้าบัญชีภายใน 24 ชั่วโมงหลังยืนยันการสมัคร ซึ่งเพียงพอสำหรับสถานะ Silver ทันที และเหลืออีก 10 คืนที่นับต่อยอดไปสู่ Gold
3. การันตีห้องว่างล่วงหน้า 2 วัน
สมาชิกจองห้องได้แม้โรงแรมจะแสดงว่าเต็ม หากจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันก่อนวันเข้าพัก ในประเภทห้องที่กำหนด
4. Premium Customer Service
เข้าถึงทีมดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมโดยตรง ไม่ต้องผ่านคิวปกติ
20 Status Nights ช่วยอะไรได้บ้าง
ระบบสถานะของ ALL Accor นับได้สองทางคือจำนวนคืนที่เข้าพัก (Status Nights) หรือ Status Points โดยใช้เกณฑ์ไหนถึงก่อนก็ได้สถานะนั้น
ระดับสถานะ | Status Nights | Status Points | สิทธิ์เด่น |
|---|
Silver | 10 | 2,000 | โบนัสคะแนน 24%, เช็คอินช่องพิเศษ, เช็คเอาต์ช้าถึง 14.00 น. (ตามห้องว่าง) |
Gold | 30 | 7,000 | โบนัสคะแนน 48%, อัปเกรดห้อง 1 ระดับ, การันตีห้องล่วงหน้า 3 วัน |
Platinum | 60 | 14,000 | โบนัสคะแนน 76%, Suite Night Upgrade 2 ครั้งต่อปี, เข้า Club Lounge, อาหารเช้าฟรีเฉพาะเอเชียแปซิฟิก |
Diamond | ใช้คะแนนเท่านั้น | 26,400 | โบนัสคะแนน 100%, อาหารเช้าฟรีช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทั่วโลก, มอบสถานะ Gold ให้ผู้อื่นได้ |
Voyager จึงพาไปได้แค่ Silver ซึ่งสิทธิ์ที่ได้จริงยังไม่มากนัก ต่างจาก Gold ที่เริ่มมีอัปเกรดห้องและการันตีห้องล่วงหน้า 3 วัน
ข้อควรรู้: Accor กำหนดเพดานรวมของ bonus Status Nights ที่ได้จาก subscription และบัตรเครดิต co-brand ทุกใบรวมกันไว้ที่ 30 คืนต่อบัญชีต่อปี ดังนั้นถ้าถือบัตร co-brand ที่ให้ status nights อยู่แล้ว 20 คืนจาก Voyager อาจไม่ได้บวกเพิ่มเต็มจำนวน
เปรียบเทียบ ALL Accor+ ทั้ง 3 ระดับ
รายการ | ALL Accor+ ibis | ALL Accor+ Voyager | ALL Accor+ Explorer |
|---|
ค่าธรรมเนียมต่อปี | 99 ยูโร | 179 ยูโร | 215 ยูโร (ราคาไทย 7,299 บาท หรือ 14,000 Reward Points) |
ส่วนลดค่าห้อง | 15% เฉพาะแบรนด์ ibis | 15% กว่า 30 แบรนด์ | 15% กว่า 30 แบรนด์ |
Status Nights | 10 คืน (Silver) | 20 คืน (Silver) | 30 คืน (Gold ทันที) |
ห้องพักฟรี | ไม่มี | ไม่มี | Stay Plus 2 คืน แบบจ่าย 1 คืนฟรี 1 คืน ในเอเชียแปซิฟิกและ UAE |
ส่วนลดร้านอาหาร | ไม่มี | ไม่มี | อาหารลด 30% เครื่องดื่มลด 15% สูงสุด 10 ท่าน |
สิทธิ์อื่น | - | - | บัตรกำนัลอาหาร 1,000 บาท, Red Hot Rooms ลดสูงสุด 50% |
ตัวเลขที่ควรสังเกตคือ Explorer ราคาไทยอยู่ที่ 7,299 บาท ขณะที่ Voyager 179 ยูโรตกราว 6,870 บาท ต่างกันเพียงประมาณ 430 บาท แต่ Explorer ให้ Status Nights มากกว่า 10 คืน แถมห้องพักฟรีและส่วนลดร้านอาหารที่ใช้ได้ในภูมิภาคที่คนไทยเที่ยวบ่อยที่สุด
คุ้มหรือไม่ ต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ถึงคืนทุน
คำนวณแบบตรงไปตรงมา ส่วนลด 15% จะคืนทุนค่าสมาชิก 179 ยูโร เมื่อจองห้องพักในราคา BAR รวมทั้งปีประมาณ 1,193 ยูโร หรือราว 45,800 บาทต่อปี
ถ้าคิดเป็นจำนวนคืน สมมติค่าห้อง Novotel หรือ Mercure ในกรุงเทพฯ คืนละ 3,000 บาท ต้องพักประมาณ 15 คืนต่อปีจึงจะคุ้ม ส่วนถ้าเป็นโรงแรมระดับ Pullman หรือ Sofitel คืนละ 6,000 บาท ก็ใช้ประมาณ 8 คืน
แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักข้อเสียเปรียบสำคัญ นั่นคือส่วนลด 15% ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นไม่ได้ ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป
ข้อดี
ส่วนลดใช้ได้ทั้งปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ต่างจากบัตรที่ให้สิทธิ์เป็นจำนวนครั้ง
ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ ibis budget ถึง Raffles ใช้ได้ทั้งทริปงานและทริปเที่ยว
ได้ Silver ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเข้าพักก่อน และเหลืออีก 10 คืนต่อยอดไป Gold
ราคาถูกกว่า Explorer เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ร้านอาหารหรือห้องพักฟรีอยู่แล้ว
มีสิทธิ์ถอนตัวภายใน 14 วัน หากสมัครออนไลน์และยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ใด ๆ
การันตีห้องว่างล่วงหน้า 2 วัน มีประโยชน์จริงในช่วงไฮซีซั่นหรือช่วงมีอีเวนต์ใหญ่
ข้อเสียและข้อควรระวัง
ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นไม่ได้ ข้อกำหนดระบุชัดว่าอัตรา ALL Accor+ Voyager รวมกับส่วนลดหรือโปรโมชั่นอื่น รวมถึง ALL Accor member rate ไม่ได้ ในทางปฏิบัติหมายความว่าถ้า Accor จัดแคมเปญลด 20 - 30% ส่วนลด 15% ของบัตรจะกลายเป็นตัวเลือกที่แย่กว่าทันที
ยกเลิกเองไม่ได้เงินคืน ข้อกำหนดระบุว่าไม่มีการคืนเงินบางส่วนหรือทั้งหมดเมื่อสมาชิกยกเลิกเอง ไม่ว่าจะใช้สิทธิ์ไปมากน้อยเพียงใด
ได้แค่ Silver ซึ่งไม่มีอัปเกรดห้องและไม่มีอาหารเช้า สิทธิ์ที่รู้สึกได้จริงเริ่มที่ Gold
เพดาน 30 bonus Status Nights ต่อบัญชีต่อปี นับรวมทุก subscription และบัตร co-brand ทำให้ซื้อซ้อนกันแล้วไม่ได้เพิ่ม
มี blackout dates ประมาณ 10 วันต่อปี และมีโรงแรมที่ไม่ร่วมรายการซึ่ง Accor ประกาศแยกต่างหาก
ยกเว้น ibis budget, ibis และ ibis Styles ในจีนแผ่นดินใหญ่
ไม่มีราคาเป็นเงินบาท จ่ายเป็นยูโร จึงมีค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจากบัตรเครดิตเพิ่มอีกราว 2 - 2.5%
ต้องมีสถานะสมาชิกที่ยัง valid ตลอดการเข้าพัก หากบัตรหมดอายุระหว่างทริป สิทธิ์จะขาด
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะกับ
คนที่พักโรงแรมเครือ Accor ในยุโรปหรือนอกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก ซึ่งสิทธิ์ห้องพักฟรีและส่วนลดร้านอาหารของ Explorer ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว
นักเดินทางเพื่อธุรกิจที่จองในอัตราสาธารณะและมียอดพักเกิน 45,800 บาทต่อปีอย่างแน่นอน
คนที่ต้องการเร่งสถานะให้ถึง Gold ภายในปีเดียว โดยมีแผนเข้าพักจริงอีกอย่างน้อย 10 คืน
คนที่ไม่กินข้าวในโรงแรมและไม่สนใจสิทธิ์ Stay Plus
ไม่เหมาะกับ
คนไทยที่เที่ยวในเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก เพราะ Explorer ราคาไทย 7,299 บาท แพงกว่าเพียงราว 430 บาท แต่ให้ Gold ทันที ห้องพักฟรี 2 คืน และส่วนลดร้านอาหาร 30%
คนที่พักโรงแรม Accor ไม่ถึง 8 - 15 คืนต่อปี
คนที่ชอบล่าโปรโมชั่นแฟลชเซลของ Accor เพราะส่วนลดบัตรใช้ร่วมกันไม่ได้
คนที่พักเฉพาะ ibis เพราะรุ่น ibis ราคาเพียง 99 ยูโรตอบโจทย์กว่า
บทสรุปจาก ChaiMiles
ALL Accor+ Voyager เป็นบัตรที่ออกแบบมาสำหรับตลาดยุโรปมากกว่าตลาดไทย จุดขายเดียวที่ชัดเจนคือส่วนลด 15% ตลอดปีบวกทางลัดสู่สถานะ Silver แต่เมื่อเทียบราคากับ Explorer ที่ขายในไทยเพียง 7,299 บาท ส่วนต่างประมาณ 430 บาทแลกกับ Gold ทันที ห้องพักฟรี 2 คืน และส่วนลดร้านอาหาร 30% ถือว่าคุ้มกว่ามากสำหรับคนที่เดินทางในเอเชียแปซิฟิก
ChaiMiles จึงมองว่า Voyager เหมาะกับกลุ่มเฉพาะจริง ๆ คือคนที่พัก Accor ในยุโรปเป็นหลักและมียอดใช้จ่ายเกินจุดคุ้มทุน 45,800 บาทต่อปีอย่างชัดเจนเท่านั้น ส่วนคนไทยทั่วไปควรเลือก Explorer
อีกข้อแนะนำคือไม่ควรรีบสมัครในราคาเต็ม ที่ผ่านมา Accor เคยปล่อยโค้ดส่วนลด 20% สำหรับ Voyager (โค้ด ALLACCORPLUS หมดอายุไปแล้วเมื่อ 30 มิถุนายน 2026) ซึ่งลดราคาเหลือ 143.20 ยูโร การรอโปรโมชั่นลักษณะนี้ช่วยลดจุดคุ้มทุนลงได้ราว 20% ทันที
อ่านเพิ่มเติม: Accor Plus ปรับสิทธิประโยชน์ใหม่ พร้อมเปลี่ยนเป็น ALL+ Explorer เริ่ม 1 ตุลาคม 2025 และ สมัคร Accor Plus ประเทศไทยราคาเท่าไหร่ สมัครประเทศไหนราคาถูกที่สุด