บัตรสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมของ Accor ตอนนี้แบ่งเป็นสามใบ และใบที่ราคาถูกที่สุดคือ ALL Accor+ ibis ค่าสมัคร €99 ต่อปี แลกกับส่วนลด 15% ทุกการเข้าพักในเครือ ibis ทั่วโลก พร้อม 10 Status Nights ที่เครดิตเข้าบัญชีทันที ซึ่งเพียงพอสำหรับสถานะ Silver ของ ALL Accor แบบไม่ต้องเข้าพักเลยสักคืน
คำถามที่ตามมาคือ ส่วนลด 15% นั้นใช้แทนที่ราคา Member Rate ที่สมาชิกฟรีได้อยู่แล้ว ไม่ได้บวกเพิ่ม ทำให้ส่วนต่างที่ได้จริงน้อยกว่าตัวเลขบนหน้าโฆษณาพอสมควร ChaiMiles ได้สรุปรายละเอียด สิทธิประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย และกลุ่มคนที่เหมาะกับบัตรใบนี้ อัปเดตล่าสุด ณ สิงหาคม 2026 ไว้ให้ครบถ้วน
ALL Accor+ ibis คืออะไร
ALL Accor+ ibis คือบัตรสมาชิกรายปีแบบเสียค่าธรรมเนียมของ Accor ที่จำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะโรงแรมกลุ่มประหยัดในเครือ ibis เท่านั้น ได้แก่ ibis, ibis Styles และ ibis budget รวมกว่า 2,500 แห่งใน 79 ประเทศ ต่างจาก ALL Accor+ Voyager และ ALL Accor+ Explorer ที่ครอบคลุมแบรนด์ระดับบนอย่าง Sofitel, Pullman, Novotel และ Mercure ด้วย
บัตรใบนี้ไม่ใช่โปรแกรมสะสมคะแนน แต่เป็นการ "ซื้อส่วนลดล่วงหน้า" โดยตัวโปรแกรมสะสมคะแนน ALL Accor ยังเป็นสมาชิกฟรีเหมือนเดิม บัตรเพียงเพิ่มส่วนลดและเร่งสถานะให้เร็วขึ้น
สรุปรายละเอียดบัตร
ค่าสมัคร: €99 ต่อปี รวมภาษีแล้ว หรือแบ่งจ่าย €8.25 ต่อเดือน
อายุบัตร: 12 เดือนติดต่อกัน นับจากวันที่ Accor ตอบรับการสมัคร
ส่วนลดห้องพัก: 15% จาก best public rate ของวันนั้น
จำนวนห้องที่ใช้สิทธิ์ได้: สูงสุด 2 ห้องต่อการจอง 1 ครั้ง โดยผู้ถือบัตรต้องพักในหนึ่งในสองห้องนั้น
Status Nights: 10 คืน เครดิตเข้าบัญชีภายใน 24 ชั่วโมงหลังสมัครหรือต่ออายุ
แบรนด์ที่ร่วมรายการ: ibis, ibis Styles, ibis budget
ช่องทางจองที่ใช้สิทธิ์ได้: เว็บไซต์ all.accor.com และแอป ALL เท่านั้น
ข้อยกเว้นสำคัญ: ไม่ครอบคลุมโรงแรมในจีนแผ่นดินใหญ่ และโรงแรมที่ไม่ร่วมรายการ
อ้างอิง: หน้า ALL Accor+ ibis และหน้า Terms and Conditions บน all.accor.com
สิทธิประโยชน์หลัก
ส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
ส่วนลดคิดจากราคาสาธารณะที่ดีที่สุดของวันนั้น ใช้ได้กับแพ็กเกจแบบห้องพักอย่างเดียว ห้องพักพร้อมอาหารเช้า และแบบ half-board ส่วนแพ็กเกจ all-inclusive ไม่รวมอยู่ด้วย เว้นแต่จะระบุไว้ชัดเจน จุดสำคัญคือส่วนลดนี้ใช้ร่วมกับส่วนลดหรือโปรโมชันอื่นไม่ได้ รวมถึงราคา ALL Accor member rate เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
10 Status Nights
Accor เครดิต Status Nights ให้ 10 คืนภายใน 24 ชั่วโมงหลังยืนยันการสมัครหรือต่ออายุ ซึ่งพอดีกับเกณฑ์สถานะ Silver ของ ALL Accor ที่ต้องการ 10 คืน หรือ 2,000 Status Points ทำให้ผู้สมัครได้ Silver ทันทีโดยไม่ต้องเข้าพัก ส่วนสถานะ Gold ต้องการ 30 คืน จึงยังต้องเก็บเพิ่มอีก 20 คืนด้วยตัวเอง
ข้อจำกัดที่ควรรู้คือ Status Nights ที่ได้จากบัตรสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมทุกใบรวมกัน ถูกจำกัดไว้ที่ 30 คืนต่อบัญชีต่อปี
การันตีห้องว่างล่วงหน้า 2 วัน
ผู้ถือบัตรขอใช้สิทธิ์การันตีห้องว่างได้ โดยต้องจองอย่างน้อย 2 วันเต็มก่อนวันเข้าพัก ภายในเวลา 12:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และต้องแจ้งขอใช้สิทธิ์ตอนจอง สิทธิ์นี้ไม่ครอบคลุมวัน blackout และโรงแรมประเภทรีสอร์ตกำหนดให้เข้าพักขั้นต่ำ 7 คืน ที่สำคัญคือเมื่อใช้สิทธิ์การันตีห้องว่างแล้ว จะไม่ได้ส่วนลด 15% ในการจองครั้งนั้น
ช่องทางติดต่อลูกค้าสัมพันธ์เฉพาะ
ผู้ถือบัตรเข้าถึงบริการลูกค้าสัมพันธ์แบบ premium ได้โดยตรง ซึ่ง Accor ไม่ได้ระบุรายละเอียดมาตรฐานการให้บริการไว้บนหน้าเว็บ
เงื่อนไขที่ควรอ่านให้ละเอียดก่อนสมัคร
ใช้ร่วมกับ member rate ไม่ได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กระทบมูลค่าจริงของบัตรมากที่สุด
วัน blackout โรงแรมกำหนดวันที่ไม่ให้ใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 10 วันต่อปี ยกเว้นช่วงอีเวนต์พิเศษที่อาจมากกว่านั้น โดย Accor เผยแพร่ปฏิทิน blackout dates ไว้บนเว็บไซต์
ไม่ครอบคลุมจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ที่เดินทางจีนบ่อยควรดูบัตร ALL PLUS China ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะแทน
บัตรต้องมีอายุครอบคลุมตลอดการเข้าพัก ไม่ใช่แค่วันที่จอง หากบัตรหมดอายุกลางทริป สิทธิ์จะไม่ครอบคลุมคืนที่เหลือ
สิทธิ์ยกเลิกภายใน 14 วัน ผู้สมัครยกเลิกได้ภายใน 14 วันปฏิทินนับจากวันสมัคร โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยังไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ใด ๆ
ไม่มีการคืนเงินหลังจากนั้น Accor ระบุชัดว่าการยกเลิกด้วยความสมัครใจจะไม่ได้รับเงินคืนทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าจะใช้สิทธิ์ไปมากน้อยเพียงใด
คุ้มหรือไม่ จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน
คิดแบบตรงไปตรงมาที่สุด ค่าสมัคร €99 หารด้วยส่วนลด 15% เท่ากับต้องใช้จ่ายค่าห้องในเครือ ibis ราว €660 ต่อปี จึงจะคืนทุน ถ้าคิดเป็นค่าห้องราวคืนละ €60 ก็ประมาณ 11 คืนต่อปี
แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ภาพจริง เพราะสมาชิก ALL Accor แบบฟรีได้ราคา member rate ที่ลดสูงสุด 10% อยู่แล้ว และส่วนลด 15% ของบัตรใช้แทนที่ member rate ไม่ใช่บวกเพิ่ม ดังนั้นส่วนต่างที่ได้จริงในโรงแรมที่มี member rate เต็ม 10% จึงเหลือราว 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อคำนวณจากส่วนต่างนี้ จุดคุ้มทุนจะขยับขึ้นไปที่ราว €1,980 ต่อปี หรือประมาณ 33 คืน เป็นการประเมินของ ChaiMiles จากตัวเลขทั้งสองแหล่ง ไม่ใช่ตัวเลขที่ Accor ประกาศ
ความจริงจะอยู่ระหว่างสองตัวเลขนี้ เพราะ member rate ระบุว่า "สูงสุด 10%" ไม่ใช่ 10% ทุกโรงแรม วิธีตรวจสอบที่แม่นที่สุดคือเปิดหน้าจองโรงแรม ibis ที่ตั้งใจจะพักจริง แล้วเทียบราคา member rate กับราคาหลังหักส่วนลดบัตรก่อนตัดสินใจสมัคร
อีกด้านที่ควรนับรวมคือ 10 Status Nights หากผู้อ่านตั้งใจไล่สถานะ ALL Accor อยู่แล้ว การซื้อ Silver แบบสำเร็จรูปในราคา €99 พร้อมได้ส่วนลดแถมมาด้วย ก็เป็นมุมที่คุ้มกว่าการมองแค่ส่วนลดค่าห้องอย่างเดียว
เทียบกับ ALL Accor+ Voyager และ Explorer
รายการ | ALL Accor+ ibis | ALL Accor+ Voyager | ALL Accor+ Explorer |
|---|
ค่าสมัครต่อปี | €99 | €179 | €215 (ไทย 7,299 บาท) |
ส่วนลดห้องพัก | 15% | 15% | 15% |
Status Nights | 10 คืน (ถึง Silver) | 20 คืน | 30 คืน (ถึง Gold) |
แบรนด์ที่ใช้ได้ | ibis, ibis Styles, ibis budget กว่า 2,500 แห่ง | กว่า 30 แบรนด์ 4,500 แห่งทั่วโลก | กว่า 30 แบรนด์ 5,000 แห่งทั่วโลก |
สิทธิ์ห้องพักฟรี | ไม่มี | ไม่มี | 2 คืน ในเอเชียแปซิฟิกและ UAE |
ส่วนลดร้านอาหาร | ไม่มี | ไม่มี | ลดอาหาร 30% เครื่องดื่ม 15% |
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ALL Accor+ Explorer คือใบที่ขายในไทยโดยตรงในราคา 7,299 บาท และให้สิทธิ์ที่จับต้องได้มากกว่าในภูมิภาคนี้ ทั้งคืนพักฟรี 2 คืน ส่วนลดร้านอาหาร และสถานะ Gold ทันที ส่วน ALL Accor+ ibis จะเหมาะกว่าเมื่อรูปแบบการเดินทางผูกกับโรงแรมประหยัดเป็นหลัก
ข้อดี
ค่าสมัครต่ำที่สุดในบรรดาบัตรสมาชิกของ Accor ที่ €99 ต่อปี ความเสี่ยงต่ำถ้าลองแล้วไม่คุ้ม
ได้สถานะ ALL Accor Silver ทันทีจาก 10 Status Nights โดยไม่ต้องเข้าพัก
ส่วนลด 15% ใช้ได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีเงื่อนไขเข้าพักขั้นต่ำ
ใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 2 ห้องต่อการจอง เหมาะกับการเดินทางเป็นคู่หรือครอบครัวที่ต้องแยกห้อง
เครือ ibis มีสาขาหนาแน่นในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย จึงใช้สิทธิ์ได้จริงแม้ไม่เดินทางต่างประเทศ
มีสิทธิ์ยกเลิกภายใน 14 วันแรกหากยังไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์
ข้อเสีย
ส่วนลด 15% ใช้แทน member rate ไม่ใช่บวกเพิ่ม ส่วนต่างจริงจึงมักเหลือราว 5 เปอร์เซ็นต์ และจุดคุ้มทุนสูงกว่าที่คิดเยอะ
จำกัดเฉพาะแบรนด์ ibis เท่านั้น พักแบรนด์อื่นในเครือ Accor ไม่ได้สิทธิ์เลย
ไม่ครอบคลุมจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดที่ ibis มีสาขาจำนวนมาก
สิทธิ์การันตีห้องว่างกับส่วนลด 15% ใช้พร้อมกันไม่ได้
ค่าสมัครเป็นสกุลยูโร ผู้สมัครจากไทยจึงต้องรับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและอาจมีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินของบัตรเครดิตเพิ่มอีก
ไม่คืนเงินหลังพ้น 14 วัน ไม่ว่าจะใช้สิทธิ์ไปหรือไม่
ไม่มีคืนพักฟรีหรือส่วนลดร้านอาหารเหมือน ALL Accor+ Explorer
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะ สำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจงบประหยัดที่พัก ibis เป็นประจำเกิน 20 - 30 คืนต่อปี ผู้ที่เดินทางยุโรปบ่อยซึ่ง ibis มีสาขาหนาแน่นและราคาคิดเป็นยูโรอยู่แล้ว และผู้ที่ต้องการ Status Nights อีก 10 คืนเพื่อดันสถานะ ALL Accor ให้ถึงชั้นถัดไปก่อนสิ้นปี
ไม่เหมาะ สำหรับผู้ที่เดินทางปีละไม่กี่ครั้ง ผู้ที่พักโรงแรมระดับกลางถึงบนในเครือ Accor เป็นหลัก ผู้ที่เดินทางจีนแผ่นดินใหญ่บ่อย และผู้ที่ต้องการสถานะ Gold ทันที ซึ่งควรดู ALL Accor+ Explorer แทน
บทสรุปจาก ChaiMiles
ALL Accor+ ibis เป็นบัตรที่ตรงไปตรงมาและราคาต่ำ แต่คุ้มค่าเฉพาะกับคนที่ผูกการเดินทางไว้กับแบรนด์ ibis จริง ๆ เท่านั้น ประเด็นที่ต้องคิดให้ขาดคือส่วนลด 15% ที่ใช้แทน member rate ทำให้ส่วนต่างที่ได้จริงบางกว่าที่หน้าโฆษณาสื่อ
ChaiMiles แนะนำให้เปิดหน้าจองโรงแรม ibis ที่ตั้งใจจะพักในหนึ่งปีข้างหน้า เทียบราคา member rate กับราคาหลังส่วนลดบัตรสัก 3 - 4 โรงแรม แล้วค่อยตัดสินใจ ถ้าตัวเลขไม่ห่างกันมาก ให้มองบัตรใบนี้เป็นการซื้อสถานะ Silver ในราคา €99 มากกว่าการซื้อส่วนลด และถ้าเป้าหมายคือสถานะ Gold พร้อมสิทธิ์ในเอเชียแปซิฟิก ALL Accor+ Explorer ที่ขายในไทยราคา 7,299 บาท เป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า
อ่านเพิ่มเติม: Accor Live Limitless คืออะไร สะสมยังไง ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และ Accor Plus ปรับสิทธิประโยชน์ใหม่ พร้อมเปลี่ยนเป็น ALL+ Explorer รวมถึง ALL PLUS China บัตรสมาชิกรายปีแบบมีค่าธรรมเนียมของจีน