Japan Rail Pass หรือที่เรียกสั้นๆว่า "JR Pass"
เป็นบัตรเหมาจ่ายสำหรับขึ้นรถไฟที่ให้บริการโดยกลุ่มบริษัท JR ครอบคลุมทั้งในส่วนของรถไฟทั่วไป รถไฟแบบ Limited
Express และรถไฟความเร็วสูง Shinkansen นอกจากนี้ JR Pass
ยังครอบคลุมไปถึงการเดินทางด้วยรถบัส และเรือ ที่ให้บริการโดยบริษัท JR อีกด้วย
JR Pass มีทั้งหมดกี่ประเภท อะไรบ้าง
เมื่อพูดถึง JR Pass แล้ว โดยปรกติจะหมายถึงบัตรโดยสาร JR Pass
ที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ว
บัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายของ Japan Rail เอง ก็มีแยกขายตามแต่ละภูมิภาค
ซึ่งครอบคลุมเส้นทางที่น้อยลง มาพร้อมกับราคาที่ถูกลงค่อนข้างมาก
ดังนั้น การเลือกซื้อบัตรโดยสาร JR Pass จึงต้องคำนึงถึง 2 เรื่องหลักๆคือ
เส้นทางรถไฟที่ต้องการใช้งาน
ระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น
หากเราท่องเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน โดยต้องการเที่ยวใน Tokyo 4 วัน และเที่ยวรอบๆ
Tokyo อีก 3 วัน การซื้อบัตรโดยสาร JR Tokyo Wide Pass ของ JR East
จะทำให้ประหยัดกว่าการซื้อ JR Pass 7 วันถึง ~18,000 เยน
การวางแผนท่องเที่ยวที่ดี และเลือกซื้อ JR Pass แบบที่เหมาะสม
จะทำให้เราประหยัดค่าเดินทางได้เป็นจำนวนมาก
และทำให้ไม่เหนื่อยในการเดินทางอีกด้วย
Tips : แนะนำให้วางแพลนเที่ยวตาม JR Pass เป็นหลัก
ซึ่งจะทำให้ประหยัดเงินค่าเดินทาง ไม่ต้องย้ายกระเป๋าสัมภาระ หรือย้ายโรงแรมบ่อยๆ
เพราะหากเดินทางข้ามภูมิภาค หรือข้ามพื้นที่ JR Pass
อาจจะทำให้ต้องซื้อตั๋วรถไฟแยก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ญี่ปุ่น
ไม่ถูกเหมือนประเทศไทย
JR Pass All Area คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ใช้เส้นทางไหนได้บ้าง
JR Pass All Area
เป็นบัตรโดยสารที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เกาะทางใต้อย่างคิวชูไปจนถึงเหนือสุดอย่างฮอกไกโด
สามารถใช้ JR Pass (All Area) เข้า-ออกที่สถานีใดก็ได้ในเครือของบริษัท JR
แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงครอบคลุมรถไฟความเร็วสูงอย่าง Shinkansen
ที่มีราคาแพงอีกด้วย
คลิกดูเส้นทางรถไฟ Shinkansen ที่รวมอยู่ใน JR Pass (All Area)
โดยปรกติแล้วการซื้อ JR Pass จะมี 2 แบบคือ
ซื้อกับตัวแทนจำหน่าย นอกประเทศญี่ปุ่น (Oversea)
ซื้อกับ Japan Rail Pass Online หรือซื้อที่ Ticket Office
เมื่อถึงประเทศญี่ปุ่น
การซื้อทั้ง 2 แบบจะได้ JR Pass (All Area) ที่เหมือนกันทุกประการ
แต่การซื้อกับตัวแทนจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นจะได้ราคาที่ถูกกว่า
ราคา JR Pass (All Area) เมื่อซื้อกับตัวแทนจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น
Type
Green
Ordinary
Duration
Adult
Child
Adult
Child
7-Day
70,000 Yen
35,000 Yen
50,000 Yen
25,000 Yen
14-Day
110,000 Yen
55,000 Yen
80,000 Yen
40,000 Yen
21-Day
140,000 Yen
70,000 Yen
100,000 Yen
50,000 Yen
อัพเดทราคาใหม่ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566
ตามตารางจะเห็นได้ว่า JR Pass All Area จะแบ่งตั๋วออกเป็น 2 ประเภท (Green และ
Ordinary) 3 ระยะเวลา คือ (7 วัน / 14 วัน / 21 วัน)
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แนะนำให้ซื้อแบบ Ordinary (ใช้โดยสารรถไฟ JR ปรกติ
ทั้งแบบ reserved seat และ non-reserved seat) ส่วนประเภท Green จะเป็นตั๋ว JR
Pass ที่สามารถออกที่นั่งบนรถไฟประเภท Green Car (เปรียบเสมือนที่นั่ง Business
Class บนเครื่องบิน) โดยที่นั่งจะมีขนาดใหญ่กว่า ระยะห่างระหว่างขาเพิ่มขึ้น
ความแออัดต่อขบวนลดน้อยลง และมีที่ชาร์ต USB ในแต่ละที่นั่ง
JR Pass All Area ซื้อที่ไหน รับบัตรตัวจริงยังไง
ในหัวข้อก่อนหน้านี้ การซื้อ JR Pass (All Area)
กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยจะได้ราคาที่ถูกกว่าการกดซื้อออนไลน์ผ่าน Japan Rail
Pass Online หรือซื้อที่ Ticket Office ที่ประเทศญี่ปุ่น
ดังนั้น การซื้อ JR Pass All Area ทาง ChaiMiles
แนะนำให้ซื้อกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย มาดูกันว่ามีเจ้าไหนบ้าง
สำหรับคนที่ยังไม่มี account ของทาง JR จะต้องสมัครและทำการ add
บัตรเครดิตเพื่อยืนยันตัวตนเข้าไปก่อน
จากนั้นจึง login เข้าไปในระบบของ JR ระบุหมายเลข JR Pass และเลือกขบวนที่ต้องการ
หมายเหตุ : เฉพาะตั๋ว JR Pass ที่ซื้อผ่านทางออนไลน์กับ JR Official เท่านั้น
จึงจะสามารถจองตั๋วออนไลน์โดยที่ยังไม่มี JR Pass ตัวจริงได้
วิธีการออกตั๋วรถไฟ Shinkansen ด้วย JR Pass ที่ Vending Machine
ในการใช้บัตร JR Pass เพื่อนั่งรถไฟ Shinkansen ปัจจุบันจะต้องใช้บัตร JR Pass
เสียบเข้าที่เครื่องอ่านบัตรโดยตรง จะไม่ใช้การแสดงบัตร JR Pass
ให้เจ้าหน้าที่และเดินผ่านช่องทางพิเศษอีกต่อไป
สำหรับขบวนที่เป็น Non-Reserved Seat สามารถใช้บัตร JR Pass
เสียบเข้าเครื่องอ่านตั๋วที่ Gate ทางเข้าได้เลย