โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศรอบใหม่ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือร่วมกับกระทรวงการคลังและได้ข้อสรุปโครงสร้างแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ใช้งบประมาณไม่เกิน 3,500 ล้านบาท แจก 1 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐช่วยค่าที่พักตามจริงสูงสุดคืนละ 1,500 บาท และแจกคูปองใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย
ChaiMiles สรุปเงื่อนไขเท่าที่ยืนยันได้ ณ วันที่ 9 กันยายน 2569 ไว้ให้ พร้อมแยกให้ชัดว่าอะไรคือตัวเลขที่แถลงแล้ว และอะไรที่ยังต้องรอมติคณะรัฐมนตรี เพราะโครงสร้างชุดนี้เปลี่ยนไปจากที่เคยมีข่าวในเดือนสิงหาคมค่อนข้างมาก
รายละเอียดโครงการเท่าที่แถลงแล้ว
งบประมาณ: ไม่เกิน 3,500 ล้านบาท จากเงินกู้
จำนวนสิทธิ์: 1 ล้านสิทธิ์ทั้งโครงการ (นับเป็นสิทธิ์ ไม่ใช่จำนวนคน)
สิทธิ์ต่อคน: สูงสุด 5 สิทธิ์ เท่ากับเข้าพักได้สูงสุด 5 คืน
ค่าที่พัก: รัฐจ่ายตามจริง สูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ รวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน
คูปองใช้จ่าย: แบบร่วมจ่าย 50:50 วงเงิน 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง
ประโยชน์รวมสูงสุด: ราว 17,500 บาทต่อคน แบ่งเป็นค่าที่พัก 7,500 บาท และคูปอง 10,000 บาท
ร้านที่ใช้คูปองได้: ร้านอาหาร คาเฟ่ สปา นวด ร้านทำเล็บ รถเช่า ร้านของฝาก และบริการท่องเที่ยวอื่น
ช่องทางลงทะเบียนของประชาชน: แอปพลิเคชันเป๋าตัง
เป้าหมายเงินหมุนเวียน: ประมาณ 58,000 - 60,000 ล้านบาท
ไทม์ไลน์และวันสำคัญ
ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|
1 - 25 ตุลาคม 2569 | ผู้ประกอบการ โรงแรมและร้านค้า ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ |
หลัง 25 ตุลาคม 2569 | ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตัง |
1 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2569 | ช่วงใช้สิทธิ์เดินทางรอบแรก |
15 ธันวาคม 2569 - 15 มกราคม 2570 | งดใช้สิทธิ์ ช่วงเทศกาลปีใหม่ |
15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2570 | ช่วงใช้สิทธิ์เดินทางรอบสอง และเป็นวันสิ้นสุดโครงการ |
รายชื่อเมืองรอง 55 จังหวัด
โครงการยังไม่ประกาศรายชื่อเมืองรองของรอบนี้อย่างเป็นทางการ แต่ชุดที่ภาครัฐใช้ล่าสุดคือ 22 เมืองหลัก และ 55 เมืองรอง ซึ่งเป็นชุดเดียวกับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งปี 2568 และมาตรการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง จึงมีแนวโน้มสูงที่จะใช้ชุดเดิม
ภาค | จังหวัดเมืองรอง |
|---|
ภาคเหนือ (16 จังหวัด) | เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา |
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด) | อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ |
ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก (12 จังหวัด) | ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก สระแก้ว ตราด จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี |
ภาคใต้ (9 จังหวัด) | นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี |
ส่วน 22 จังหวัดที่นับเป็นเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา กระบี่ พังงา ภูเก็ต สงขลา และสุราษฎร์ธานี
เงื่อนไขฝั่งโรงแรมที่คนจองควรรู้
โรงแรมที่ร่วมโครงการต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและเสียภาษีตามระบบ
ห้ามขึ้นราคาห้องพักเกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาช่วงเดียวกันของปีก่อน
โรงแรมที่ฝ่าฝืนจะถูกขึ้นบัญชีดำและตัดออกจากโครงการทันที
สิ่งที่ยังไม่นิ่ง ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี
โครงการยังไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ณ วันที่ 9 กันยายน 2569 โดยคาดว่าจะเสนอเข้า ครม. ภายใน 1 - 2 สัปดาห์
วงเงินคูปอง 1,500 และ 2,000 บาท ยังมีรายงานไม่ตรงกันว่าเป็นวงเงินต่อคืนหรือต่อสิทธิ์ และเป็นส่วนที่รัฐออกให้หรือเป็นวงเงินใช้จ่ายรวมก่อนหักส่วนที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเอง
เกณฑ์คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรอบนี้ยังไม่ประกาศเป็นทางการ รายงานช่วงก่อนหน้าระบุว่าเป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับโครงการก่อน แต่ยังไม่ยืนยันสำหรับรอบนี้
รายชื่อเมืองรองของรอบนี้ยังไม่ประกาศเป็นทางการ ตารางในบทความนี้เป็นชุด 55 จังหวัดที่ใช้ในโครงการก่อนหน้า ซึ่งอาจปรับได้ในมติ ครม. เช่นเดียวกับวันเปิดลงทะเบียนที่แน่นอนของฝั่งประชาชน
ตัวเลขชุดเดิมที่เป็นข่าวช่วงเดือนสิงหาคม คือรัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท พร้อมคูปอง 500 บาท ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่นี้แล้ว ถ้าเจอตัวเลขชุดเก่าให้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น
ควรทำอย่างไรก่อนเปิดลงทะเบียน
ติดตั้งและยืนยันตัวตนในแอปเป๋าตังให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนตุลาคม เพราะรอบก่อนหน้าสิทธิ์หมดเร็วมากในวันแรก
วางแผนวันเดินทางให้อยู่ในกรอบ 1 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2569 หรือ 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเลี่ยงช่วงปีใหม่ที่งดใช้สิทธิ์
ถ้าเลือกได้ ให้เล็งจังหวัดเมืองรองไว้ก่อน เพราะวงเงินคูปองสูงกว่าเมืองหลัก
เทียบราคาห้องพักไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะรู้ทันหากโรงแรมปรับราคาขึ้นก่อนเปิดโครงการ
อย่าเพิ่งจองห้องพักล่วงหน้าด้วยเงินตัวเองสำหรับวันที่ตั้งใจจะใช้สิทธิ์ จนกว่าเงื่อนไขจะผ่าน ครม. และรู้วิธีจองที่ชัดเจน
บทสรุปจาก ChaiMiles
โครงสร้างใหม่นี้ใจดีกว่าเดิมชัดเจนสำหรับคนที่จองห้องพักราคาประมาณ 1,500 บาทต่อคืน เพราะรัฐจ่ายตามจริงเต็มเพดาน ไม่ใช่ครึ่งเดียวเหมือนโครงสร้างเดิม แต่ในทางกลับกัน คนที่ชอบพักโรงแรมราคาสูงจะได้ประโยชน์เท่าเดิมคือคืนละ 1,500 บาท ดังนั้นการกระจายเป็น 5 คืนในโรงแรมระดับราคาใกล้เพดาน จะคุ้มกว่าการทุ่มไปกับคืนเดียวที่ราคาแพง
สิ่งที่ต้องเตรียมตอนนี้มีอย่างเดียวคือความพร้อมของแอปเป๋าตัง ส่วนการวางแผนที่พักควรรอจนกว่ามติ ครม. จะออก เพราะรายละเอียดคูปองและรายชื่อเมืองรองยังเปลี่ยนได้ ChaiMiles จะอัปเดตบทความนี้เมื่อมีมติอย่างเป็นทางการ
อ่านเพิ่มเติม: เที่ยวไทยคนละครึ่ง วิธีลงทะเบียนและเงื่อนไขของโครงการรอบก่อน