โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เลื่อนออกไปแล้ว นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ว่าโครงการมีแนวโน้มเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ไปเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ประมาณเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไป โดยกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท และ 1 ล้านสิทธิ์ยังถูกกันไว้เหมือนเดิม เปลี่ยนเฉพาะช่วงเวลา
แปลว่าแผนเที่ยวช่วงพฤศจิกายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ที่หลายคนเล็งไว้ว่าจะใช้สิทธิ์ ใช้ไม่ได้แล้ว ChaiMiles สรุปสิ่งที่เปลี่ยน สิ่งที่ยังเหมือนเดิม และสิ่งที่ยังไม่นิ่ง ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 ไว้ให้ พร้อมบอกว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้รัฐบาลจะใช้มาตรการไหนแทน
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง
หัวข้อ | กำหนดเดิม | กำหนดใหม่ หลังแถลง 16 กันยายน 2569 |
|---|
เปิดลงทะเบียน | 1 - 25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง | คาดว่าเดือนเมษายน 2570 ยังไม่ระบุวันที่ |
ช่วงใช้สิทธิ์เดินทาง | 1 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2569 และ 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2570 | คาดว่าเริ่มหลังเดือนเมษายน 2570 เป็นช่วงเดียวต่อเนื่อง |
ช่วงงดใช้สิทธิ์ปีใหม่ | 15 ธันวาคม 2569 - 15 มกราคม 2570 | ไม่มีแล้ว เพราะโครงการย้ายไปหลังปีใหม่ทั้งก้อน |
กรอบวงเงิน | 3,500 ล้านบาท ตามที่เคาะร่วมกับกระทรวงการคลังเมื่อ 8 กันยายน 2569 | 4,000 ล้านบาท ตามที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุล่าสุด |
สถานะ ครม. | เตรียมเสนอวันที่ 22 กันยายน 2569 | ยังไม่มีวันที่ยืนยัน ต้องสรุปช่วงเวลาใหม่ก่อนเสนอ |
งบประมาณก้อนนี้ตัดมาจาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนก้อนแรกที่ใช้ได้ทันที และ รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่ากันวงเงินไว้แล้วแน่นอน
ทำไมรัฐบาลถึงเลื่อนโครงการ
ที่ประชุมระดับกระทรวงและรัฐมนตรีหลายท่านเห็นว่าไม่ควรอัดงบกระตุ้นในช่วงไฮซีซั่นปลายปีถึงต้นปีหน้า เพราะเป็นช่วงที่คนเดินทางอยู่แล้วและโรงแรมเต็มตามปกติ เงินที่ลงไปจึงกระตุ้นได้ไม่เต็มที่
ไทม์ไลน์เดิมที่มีช่วงงดใช้สิทธิ์คร่อมปีใหม่ ทำให้โครงการขาดเป็นช่วง ๆ และอาจถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่อง เสียงส่วนใหญ่จึงให้รวบไปทำครั้งเดียวหลังปีใหม่
เดือนเมษายน 2570 ตรงกับช่วงปิดเทอม เอื้อกับทริปครอบครัวที่พาเด็กไปด้วย
ผลสำรวจภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่าจัดช่วงไฮซีซั่นไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม เพราะห้องพักเต็มและนักท่องเที่ยววางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ยังมีผู้ประกอบการอีกกลุ่มที่เห็นต่าง กระทรวงจึงต้องกลับไปหารือกับเอกชนอีกรอบ
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่ยังไม่เปลี่ยน
จำนวนสิทธิ์: 1 ล้านสิทธิ์ทั้งโครงการ
สิทธิ์ต่อคน: สูงสุด 5 สิทธิ์ เท่ากับเข้าพักได้สูงสุด 5 คืน
ค่าที่พัก: รัฐจ่ายตามจริงแบบอัตราเดียวทั่วประเทศ สูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ รวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน ส่วนที่เกินผู้เข้าพักจ่ายเอง
คูปองใช้จ่าย: ร่วมจ่าย 50:50 วงเงิน 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง
ร้านที่ใช้คูปองได้: ร้านอาหาร ร้านสปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านของที่ระลึก และแพ็กเกจกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ดำน้ำและล่องเรือ
ประโยชน์รวมสูงสุด: ราว 17,500 บาทต่อคน เมื่อใช้ครบทั้งค่าที่พักและคูปองในเมืองรอง
ช่องทางลงทะเบียน: แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยธนาคารกรุงไทยดูแลระบบตรวจสอบ
พื้นที่ใช้สิทธิ์: ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
เป้าหมายเงินหมุนเวียน: มากกว่า 20,000 ล้านบาท ตามตัวเลขที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุล่าสุด
ไตรมาส 4 ปีนี้ใช้ไทยช่วยไทยพลัสแทน
รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่าช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2569 จะยกหน้าที่กระตุ้นการใช้จ่ายให้โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังจะต่ออายุ ทำงานไปก่อนประมาณ 2 - 3 เดือนจนถึงสิ้นปี แล้วค่อยเอาไทยเที่ยวไทยพลัสมาใช้ในช่วงโลว์ซีซั่น
ไทยช่วยไทยพลัสเฟสแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ต้องเคาะและเสนอ ครม. ให้ทันก่อนวันนั้นเพื่อไม่ให้มาตรการสะดุด
ข้อเสนอที่อยู่บนโต๊ะคือต่ออายุอีก 2 เดือน ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569
มีแนวคิดปรับสูตรร่วมจ่ายจาก 60:40 กลับมาเป็น 50:50 แบบคนละครึ่ง และเติมเงินให้ 1,000 บาท หรือเดือนละ 500 บาท ภายใต้จำนวนสิทธิ์เท่าเดิม
ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่าน ครม. เช่นกัน
รายชื่อเมืองรอง 55 จังหวัด
โครงการยังไม่ประกาศรายชื่อเมืองรองของรอบนี้อย่างเป็นทางการ แต่ชุดที่ภาครัฐใช้ล่าสุดคือ 22 เมืองหลัก และ 55 เมืองรอง ซึ่งเป็นชุดเดียวกับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งปี 2568 และมาตรการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง จึงมีแนวโน้มสูงที่จะใช้ชุดเดิม
ภาค | จังหวัดเมืองรอง |
|---|
ภาคเหนือ (16 จังหวัด) | เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา |
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด) | อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ |
ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก (12 จังหวัด) | ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก สระแก้ว ตราด จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี |
ภาคใต้ (9 จังหวัด) | นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี |
ส่วน 22 จังหวัดที่นับเป็นเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา กระบี่ พังงา ภูเก็ต สงขลา และสุราษฎร์ธานี
เงื่อนไขฝั่งโรงแรมที่คนจองควรรู้
โรงแรมที่ร่วมโครงการต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่ยังไม่มีใบอนุญาตแต่เสียภาษีถูกต้องต้องปรับมาตรฐานเข้าระบบก่อน
ผู้ประกอบการต้องยื่นราคาห้องพักล่วงหน้าตอนลงทะเบียน และรัฐจะตรวจสอบราคาย้อนหลัง
ห้ามขึ้นราคาห้องพักเกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาช่วงเดียวกันของปีก่อน
โรงแรมที่ฝ่าฝืนจะถูกขึ้นบัญชีดำและตัดออกจากโครงการ ที่ผ่านมามีการแบนโรงแรมไปแล้วมากกว่า 1,400 แห่ง
การเลื่อนไปเมษายน 2570 ทำให้เกณฑ์ราคาอ้างอิงเปลี่ยนไปด้วย เพราะช่วงเทียบราคาย้ายจากไฮซีซั่นปลายปีไปเป็นช่วงสงกรานต์และหลังสงกรานต์
สิ่งที่ยังไม่นิ่ง ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี
โครงการยังไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 และยังไม่มีวันเสนอเข้า ครม. ที่ยืนยัน หลังแผนเดิมที่จะเสนอวันที่ 22 กันยายน 2569 ต้องกลับไปสรุปช่วงเวลาใหม่ก่อน
วันเปิดลงทะเบียนและวันเริ่มใช้สิทธิ์ที่แน่นอนยังไม่ประกาศ ระบุเพียงว่าประมาณเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไป
กรอบวงเงินมีรายงานทั้ง 3,500 ล้านบาทและ 4,000 ล้านบาท ตัวเลขล่าสุดจากปากรัฐมนตรีคือ 4,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับเป้าเงินหมุนเวียนที่เคยมีรายงานสูงถึง 58,000 - 60,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขล่าสุดคือมากกว่า 20,000 ล้านบาท
วงเงินคูปอง 1,500 และ 2,000 บาท ยังมีรายงานไม่ตรงกันว่าเป็นวงเงินต่อสิทธิ์หรือต่อวัน บทความนี้ยึดตามแบบต่อสิทธิ์ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่รัดกุมกว่า
เกณฑ์คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนยังไม่ประกาศเป็นทางการ รายงานช่วงก่อนหน้าระบุว่าเป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับโครงการก่อน แต่ยังไม่ยืนยันสำหรับรอบนี้
รายชื่อเมืองรองของรอบนี้ยังไม่ประกาศเป็นทางการ ตารางในบทความนี้เป็นชุด 55 จังหวัดที่ใช้ในโครงการก่อนหน้า ซึ่งอาจปรับได้ในมติ ครม.
ตัวเลขชุดเดิมที่เป็นข่าวช่วงเดือนสิงหาคม คือรัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท พร้อมคูปอง 500 บาท ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่นี้แล้ว ถ้าเจอตัวเลขชุดเก่าให้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น
ควรทำอย่างไรตอนนี้
ยกเลิกแผนที่ตั้งใจจะใช้สิทธิ์ช่วง 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 ออกจากการคำนวณไปก่อน ช่วงนั้นไม่มีสิทธิ์ให้ใช้แล้ว
ถ้าจะเที่ยวปลายปีนี้ ให้จองตามปกติและมองหาโปรโมชั่นของ OTA หรือส่วนลดบัตรเครดิตแทน ไม่ต้องรอโครงการ
เริ่มวางแผนทริปช่วงปิดเทอมเมษายน 2570 ไว้กว้าง ๆ แต่ยังไม่ต้องล็อกวัน เพราะกรอบเวลาจริงยังไม่ประกาศ
ติดตั้งและยืนยันตัวตนในแอปเป๋าตังให้เรียบร้อย ทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ และยังใช้กับไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังจะต่ออายุได้ด้วย
ถ้าเลือกได้ ให้เล็งจังหวัดเมืองรองไว้ก่อน เพราะวงเงินคูปองสูงกว่าเมืองหลัก
อย่าเพิ่งจองห้องพักล่วงหน้าด้วยเงินตัวเองสำหรับวันที่ตั้งใจจะใช้สิทธิ์ จนกว่าเงื่อนไขจะผ่าน ครม. และรู้วิธีจองที่ชัดเจน
บทสรุปจาก ChaiMiles
ข่าวนี้เป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวปลายปีโดยหวังพึ่งสิทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติถือว่าสมเหตุสมผล เพราะช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักเต็มอยู่แล้ว ส่วนลดจากรัฐจึงมักกลายเป็นเงินที่จ่ายให้กับทริปที่คนตั้งใจจะไปอยู่แล้ว การย้ายไปเมษายนทำให้สิทธิ์ไปลงในช่วงที่ห้องว่างจริงและมีโอกาสต่อรองราคาได้มากกว่า
สิ่งที่ต้องระวังคือคำว่า เลื่อน ในโครงการลักษณะนี้ยังไม่เท่ากับกำหนดใหม่ที่แน่นอน ตราบใดที่ยังไม่ผ่านมติ ครม. ทั้งช่วงเวลา วงเงิน และรายละเอียดคูปองยังเปลี่ยนได้อีก ระหว่างนี้ใครจะเที่ยวก็เที่ยวตามแผนเดิมได้เลย ไม่ต้องรอ ChaiMiles จะอัปเดตบทความนี้เมื่อมีมติอย่างเป็นทางการ
อ่านเพิ่มเติม: เที่ยวไทยคนละครึ่ง วิธีลงทะเบียนและเงื่อนไขของโครงการรอบก่อน