ChaiMiles
Travel News

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เลื่อนไปเมษายน 2570 สรุปเงื่อนไขล่าสุด งบ 4,000 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ (อัปเดต 16 กันยายน 2569)

By ChaiMilesPublished 9 ก.ย. 2569Updated 16 ก.ย. 256910 min read
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เลื่อนไปเมษายน 2570 สรุปเงื่อนไขล่าสุด งบ 4,000 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ (อัปเดต 16 กันยายน 2569)

โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เลื่อนออกไปแล้ว นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ว่าโครงการมีแนวโน้มเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ไปเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ประมาณเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไป โดยกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท และ 1 ล้านสิทธิ์ยังถูกกันไว้เหมือนเดิม เปลี่ยนเฉพาะช่วงเวลา

แปลว่าแผนเที่ยวช่วงพฤศจิกายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ที่หลายคนเล็งไว้ว่าจะใช้สิทธิ์ ใช้ไม่ได้แล้ว ChaiMiles สรุปสิ่งที่เปลี่ยน สิ่งที่ยังเหมือนเดิม และสิ่งที่ยังไม่นิ่ง ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 ไว้ให้ พร้อมบอกว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้รัฐบาลจะใช้มาตรการไหนแทน

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง

หัวข้อ

กำหนดเดิม

กำหนดใหม่ หลังแถลง 16 กันยายน 2569

เปิดลงทะเบียน

1 - 25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง

คาดว่าเดือนเมษายน 2570 ยังไม่ระบุวันที่

ช่วงใช้สิทธิ์เดินทาง

1 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2569 และ 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2570

คาดว่าเริ่มหลังเดือนเมษายน 2570 เป็นช่วงเดียวต่อเนื่อง

ช่วงงดใช้สิทธิ์ปีใหม่

15 ธันวาคม 2569 - 15 มกราคม 2570

ไม่มีแล้ว เพราะโครงการย้ายไปหลังปีใหม่ทั้งก้อน

กรอบวงเงิน

3,500 ล้านบาท ตามที่เคาะร่วมกับกระทรวงการคลังเมื่อ 8 กันยายน 2569

4,000 ล้านบาท ตามที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุล่าสุด

สถานะ ครม.

เตรียมเสนอวันที่ 22 กันยายน 2569

ยังไม่มีวันที่ยืนยัน ต้องสรุปช่วงเวลาใหม่ก่อนเสนอ

งบประมาณก้อนนี้ตัดมาจาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนก้อนแรกที่ใช้ได้ทันที และ รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่ากันวงเงินไว้แล้วแน่นอน

ทำไมรัฐบาลถึงเลื่อนโครงการ

  • ที่ประชุมระดับกระทรวงและรัฐมนตรีหลายท่านเห็นว่าไม่ควรอัดงบกระตุ้นในช่วงไฮซีซั่นปลายปีถึงต้นปีหน้า เพราะเป็นช่วงที่คนเดินทางอยู่แล้วและโรงแรมเต็มตามปกติ เงินที่ลงไปจึงกระตุ้นได้ไม่เต็มที่

  • ไทม์ไลน์เดิมที่มีช่วงงดใช้สิทธิ์คร่อมปีใหม่ ทำให้โครงการขาดเป็นช่วง ๆ และอาจถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่อง เสียงส่วนใหญ่จึงให้รวบไปทำครั้งเดียวหลังปีใหม่

  • เดือนเมษายน 2570 ตรงกับช่วงปิดเทอม เอื้อกับทริปครอบครัวที่พาเด็กไปด้วย

  • ผลสำรวจภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่าจัดช่วงไฮซีซั่นไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม เพราะห้องพักเต็มและนักท่องเที่ยววางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ยังมีผู้ประกอบการอีกกลุ่มที่เห็นต่าง กระทรวงจึงต้องกลับไปหารือกับเอกชนอีกรอบ

เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่ยังไม่เปลี่ยน

  • จำนวนสิทธิ์: 1 ล้านสิทธิ์ทั้งโครงการ

  • สิทธิ์ต่อคน: สูงสุด 5 สิทธิ์ เท่ากับเข้าพักได้สูงสุด 5 คืน

  • ค่าที่พัก: รัฐจ่ายตามจริงแบบอัตราเดียวทั่วประเทศ สูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ รวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน ส่วนที่เกินผู้เข้าพักจ่ายเอง

  • คูปองใช้จ่าย: ร่วมจ่าย 50:50 วงเงิน 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง

  • ร้านที่ใช้คูปองได้: ร้านอาหาร ร้านสปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านของที่ระลึก และแพ็กเกจกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ดำน้ำและล่องเรือ

  • ประโยชน์รวมสูงสุด: ราว 17,500 บาทต่อคน เมื่อใช้ครบทั้งค่าที่พักและคูปองในเมืองรอง

  • ช่องทางลงทะเบียน: แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยธนาคารกรุงไทยดูแลระบบตรวจสอบ

  • พื้นที่ใช้สิทธิ์: ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

  • เป้าหมายเงินหมุนเวียน: มากกว่า 20,000 ล้านบาท ตามตัวเลขที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุล่าสุด

ไตรมาส 4 ปีนี้ใช้ไทยช่วยไทยพลัสแทน

รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่าช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2569 จะยกหน้าที่กระตุ้นการใช้จ่ายให้โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังจะต่ออายุ ทำงานไปก่อนประมาณ 2 - 3 เดือนจนถึงสิ้นปี แล้วค่อยเอาไทยเที่ยวไทยพลัสมาใช้ในช่วงโลว์ซีซั่น

  • ไทยช่วยไทยพลัสเฟสแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ต้องเคาะและเสนอ ครม. ให้ทันก่อนวันนั้นเพื่อไม่ให้มาตรการสะดุด

  • ข้อเสนอที่อยู่บนโต๊ะคือต่ออายุอีก 2 เดือน ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569

  • มีแนวคิดปรับสูตรร่วมจ่ายจาก 60:40 กลับมาเป็น 50:50 แบบคนละครึ่ง และเติมเงินให้ 1,000 บาท หรือเดือนละ 500 บาท ภายใต้จำนวนสิทธิ์เท่าเดิม

  • ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่าน ครม. เช่นกัน

รายชื่อเมืองรอง 55 จังหวัด

โครงการยังไม่ประกาศรายชื่อเมืองรองของรอบนี้อย่างเป็นทางการ แต่ชุดที่ภาครัฐใช้ล่าสุดคือ 22 เมืองหลัก และ 55 เมืองรอง ซึ่งเป็นชุดเดียวกับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งปี 2568 และมาตรการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง จึงมีแนวโน้มสูงที่จะใช้ชุดเดิม

ภาค

จังหวัดเมืองรอง

ภาคเหนือ (16 จังหวัด)

เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด)

อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ

ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก (12 จังหวัด)

ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก สระแก้ว ตราด จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี

ภาคใต้ (9 จังหวัด)

นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี

ส่วน 22 จังหวัดที่นับเป็นเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา กระบี่ พังงา ภูเก็ต สงขลา และสุราษฎร์ธานี

เงื่อนไขฝั่งโรงแรมที่คนจองควรรู้

  • โรงแรมที่ร่วมโครงการต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่ยังไม่มีใบอนุญาตแต่เสียภาษีถูกต้องต้องปรับมาตรฐานเข้าระบบก่อน

  • ผู้ประกอบการต้องยื่นราคาห้องพักล่วงหน้าตอนลงทะเบียน และรัฐจะตรวจสอบราคาย้อนหลัง

  • ห้ามขึ้นราคาห้องพักเกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • โรงแรมที่ฝ่าฝืนจะถูกขึ้นบัญชีดำและตัดออกจากโครงการ ที่ผ่านมามีการแบนโรงแรมไปแล้วมากกว่า 1,400 แห่ง

  • การเลื่อนไปเมษายน 2570 ทำให้เกณฑ์ราคาอ้างอิงเปลี่ยนไปด้วย เพราะช่วงเทียบราคาย้ายจากไฮซีซั่นปลายปีไปเป็นช่วงสงกรานต์และหลังสงกรานต์

สิ่งที่ยังไม่นิ่ง ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี

  • โครงการยังไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 และยังไม่มีวันเสนอเข้า ครม. ที่ยืนยัน หลังแผนเดิมที่จะเสนอวันที่ 22 กันยายน 2569 ต้องกลับไปสรุปช่วงเวลาใหม่ก่อน

  • วันเปิดลงทะเบียนและวันเริ่มใช้สิทธิ์ที่แน่นอนยังไม่ประกาศ ระบุเพียงว่าประมาณเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไป

  • กรอบวงเงินมีรายงานทั้ง 3,500 ล้านบาทและ 4,000 ล้านบาท ตัวเลขล่าสุดจากปากรัฐมนตรีคือ 4,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับเป้าเงินหมุนเวียนที่เคยมีรายงานสูงถึง 58,000 - 60,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขล่าสุดคือมากกว่า 20,000 ล้านบาท

  • วงเงินคูปอง 1,500 และ 2,000 บาท ยังมีรายงานไม่ตรงกันว่าเป็นวงเงินต่อสิทธิ์หรือต่อวัน บทความนี้ยึดตามแบบต่อสิทธิ์ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่รัดกุมกว่า

  • เกณฑ์คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนยังไม่ประกาศเป็นทางการ รายงานช่วงก่อนหน้าระบุว่าเป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับโครงการก่อน แต่ยังไม่ยืนยันสำหรับรอบนี้

  • รายชื่อเมืองรองของรอบนี้ยังไม่ประกาศเป็นทางการ ตารางในบทความนี้เป็นชุด 55 จังหวัดที่ใช้ในโครงการก่อนหน้า ซึ่งอาจปรับได้ในมติ ครม.

  • ตัวเลขชุดเดิมที่เป็นข่าวช่วงเดือนสิงหาคม คือรัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท พร้อมคูปอง 500 บาท ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่นี้แล้ว ถ้าเจอตัวเลขชุดเก่าให้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น

ควรทำอย่างไรตอนนี้

  • ยกเลิกแผนที่ตั้งใจจะใช้สิทธิ์ช่วง 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 ออกจากการคำนวณไปก่อน ช่วงนั้นไม่มีสิทธิ์ให้ใช้แล้ว

  • ถ้าจะเที่ยวปลายปีนี้ ให้จองตามปกติและมองหาโปรโมชั่นของ OTA หรือส่วนลดบัตรเครดิตแทน ไม่ต้องรอโครงการ

  • เริ่มวางแผนทริปช่วงปิดเทอมเมษายน 2570 ไว้กว้าง ๆ แต่ยังไม่ต้องล็อกวัน เพราะกรอบเวลาจริงยังไม่ประกาศ

  • ติดตั้งและยืนยันตัวตนในแอปเป๋าตังให้เรียบร้อย ทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ และยังใช้กับไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังจะต่ออายุได้ด้วย

  • ถ้าเลือกได้ ให้เล็งจังหวัดเมืองรองไว้ก่อน เพราะวงเงินคูปองสูงกว่าเมืองหลัก

  • อย่าเพิ่งจองห้องพักล่วงหน้าด้วยเงินตัวเองสำหรับวันที่ตั้งใจจะใช้สิทธิ์ จนกว่าเงื่อนไขจะผ่าน ครม. และรู้วิธีจองที่ชัดเจน

บทสรุปจาก ChaiMiles

ข่าวนี้เป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวปลายปีโดยหวังพึ่งสิทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติถือว่าสมเหตุสมผล เพราะช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักเต็มอยู่แล้ว ส่วนลดจากรัฐจึงมักกลายเป็นเงินที่จ่ายให้กับทริปที่คนตั้งใจจะไปอยู่แล้ว การย้ายไปเมษายนทำให้สิทธิ์ไปลงในช่วงที่ห้องว่างจริงและมีโอกาสต่อรองราคาได้มากกว่า

สิ่งที่ต้องระวังคือคำว่า เลื่อน ในโครงการลักษณะนี้ยังไม่เท่ากับกำหนดใหม่ที่แน่นอน ตราบใดที่ยังไม่ผ่านมติ ครม. ทั้งช่วงเวลา วงเงิน และรายละเอียดคูปองยังเปลี่ยนได้อีก ระหว่างนี้ใครจะเที่ยวก็เที่ยวตามแผนเดิมได้เลย ไม่ต้องรอ ChaiMiles จะอัปเดตบทความนี้เมื่อมีมติอย่างเป็นทางการ

อ่านเพิ่มเติม: เที่ยวไทยคนละครึ่ง วิธีลงทะเบียนและเงื่อนไขของโครงการรอบก่อน

Share:

Related Articles

คลังเตรียมเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท สรรพากรเปิดรับฟังความเห็นถึง 29 ตุลาคม 2026

Travel News

คลังเตรียมเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท สรรพากรเปิดรับฟังความเห็นถึง 29 ตุลาคม 2026

กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรเตรียมเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศทางอากาศ 1,000 บาทต่อครั้ง จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ สรุปหลักการร่างกฎหมาย ข้อยกเว้น วันมีผล ตั๋วที่ซื้อก่อนไม่ต้องจ่าย และช่องทางแสดงความเห็นถึง 29 ต.ค. 2026

8 ต.ค. 2569

Skytrax World Airline Awards 2026 Singapore Airlines สายการบินที่ดีที่สุดในโลก Thai Airways ขึ้นอันดับ 20 และ Bangkok Airways คว้าแชมป์ภูมิภาค 10 ปีซ้อน

Travel News

Skytrax World Airline Awards 2026 Singapore Airlines สายการบินที่ดีที่สุดในโลก Thai Airways ขึ้นอันดับ 20 และ Bangkok Airways คว้าแชมป์ภูมิภาค 10 ปีซ้อน

Skytrax ประกาศผล World Airline Awards 2026 เมื่อ 18 กันยายน 2026 Singapore Airlines ได้ตำแหน่งสายการบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นครั้งที่หก ChaiMiles สรุป 10 อันดับแรก รางวัลสำคัญ และสายการบินไทยแต่ละรายอยู่ตรงไหน

21 ก.ย. 2569

ALL Accor+ Explorer ปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 (ไทยจาก 7,299 เป็น 7,990 บาท)

Travel News

ALL Accor+ Explorer ปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 (ไทยจาก 7,299 เป็น 7,990 บาท)

ALL Accor+ Explorer ปรับขึ้นค่าสมาชิกรายปีเกือบทุกตลาด มีผลกับผู้สมัครตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 ไทยขยับจาก 7,299 เป็น 7,990 บาท สรุปตารางเทียบราคาเดิมกับราคาใหม่ทั้ง 10 ตลาด เงื่อนไขล็อกราคาเดิม และโปรโมชั่น dining voucher 1,000 บาทที่ยังเปิดอยู่

1 ก.ย. 2569

Comments (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น

Add a comment

<- Back to ChaiMiles home