-->

Trending

ประกันการเดินทาง กับการท่องเที่ยวต่างประเทศ





      เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปฉลองปีใหม่ที่ญี่ปุ่น และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกการเดินทาง ก็คือการซื้อประกันการเดินทาง โดยราคาที่จ่ายสำหรับเที่ยวญี่ปุ่น 9 วัน อยู่ที่ 635 บาท เท่านั้น และยังได้รับบัตร Starbucks อีก 200 บาท เบ็ดเสร็จแล้วจ่ายไปเพียง 435 บาท หรือคิดเป็นต่อวันก็เพียง 48 บาทเท่านั้น


การเลือกซื้อประกันการเดินทาง

      การเลือกบริษัทประกันเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะรายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน อย่างเช่นกรณีกระเป๋าดีเลย์ บริษัท A จะเขียนว่าชดเชยตามจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท แต่บริษัท B เขียนว่า ชดเชยสูงสุด 3,000 บาท ทุกๆ 6 ชั่วโมง สูงสุด 15,000 บาท ความแตกต่างของ 2 บริษัทนี้อยู่ที่ความยุ่งยากในการเคลมประกัน และเงินชดเชยที่จะได้รับ



      สำหรับกรณีบริษัท A ชดเชยตามจริง นั้นหมายความว่า นอกจากเอกสารรับรองจากสายการบินแล้ว เรายังต้องเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อนำกลับไปเคลมประกันอีกด้วย



      ส่วนกรณีของบริษัท B ชดเชยสูงสุด 3,000 บาท ทุกๆ 6 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า เราจะได้รับเงิน 3,000 บาทต่อการดีเลย์ 6 ชั่วโมง และได้รับเพิ่มเป็น 6,000 บาท เมื่อดีเลย์ 12 ชั่วโมง สิ่งที่ใช้ในการเคลมประกันจึงมีเพียงเอกสารรับรองจะสายการบินเท่านั้น

      ดังนั้น เวลาเลือกซื้อประกันการเดินทาง ส่วนตัวจะเลือกบริษัท B ที่ชดเชยทันทีตามระยะเวลาเสมอ เนื่องจากความสะดวกในการเคลม รวมถึงจำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับแน่นอน ไม่ต้องไปลุ้นว่า ค่าใช้จ่ายไหนที่เคลมได้หรือไม่ได้


สิ่งที่ควรพกติดตัวไปด้วยหลังซื้อประกันการเดินทางแล้ว

1. ปริ้นท์กรมธรรม์ไปด้วยเสมอ โดยในกรมธรรม์จะมีหมายเลขกรมธรรม์ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน ซึ่งจะสะดวกมากกว่าการเปิดดูในมือถือ

2. ปริ้นท์เอกสารเคลมประกันเตรียมไว้ให้พร้อม อย่างในกรณีของการเข้ารักษาที่โรงพยาบาลในต่างประเทศ บริษัทประกันจะมีเอกสารใบรับรองแพทย์ ที่จะต้องนำไปให้แพทย์กรอกรายละเอียด (แตกต่างจากใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาล) สิ่งนี้สำคัญมากๆ


ทำอย่างไรเมื่อเจ็บป่วย กระเป๋าล่าช้า เครื่องบินดีเลย์

1. เจ็บป่วยระหว่างอยู่ต่างประเทศ ตั้งสติ และติดต่อบริษัทประกัน โดยบริษัทจะประสานงานกับโรงยาบาลในต่างประเทศให้ โดยส่วนมากเราจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายไปก่อนทั้งหมด ดังนั้น อย่าลืมพกบัตรเครดิตที่มีวงเงินเหลือไปด้วยเสมอ

2. เจ็บป่วย แต่กลับมารักษาที่ประเทศไทย จะต้องอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียด บางบริษัทกำหนดให้เข้ารักษาภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อกลับถึงไทย และบางบริษัทอนุญาตให้ถึง 168 ชั่วโมง เลยทีเดียว

3. กระเป๋าล่าช้า เครื่องบินดีเลย์ ให้ดูว่าล่าช้าเกิน 6 ชั่วโมงหรือไม่ ถ้าหากล่าช้าเกิน 6 ชั่วโมง ให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอเอกสารรับรองสำหรับเคลมประกัน

4. กระเป๋าล่าช้า เครื่องบินดีเลย์ แต่ไม่เกิน 6 ชั่วโมง กรณีนี้จะไม่สามารถเคลมประกันได้ ให้เดินไปติดต่อสายการบิน บางสายการบินจะแจกคูปองอาหารเอาไว้ใช้ในสนามบินระหว่างรอให้

5. กระเป๋าเดินทางเสียหาย (รับที่ต่างประเทศ) ให้ขอเอกสารรับรองจากสายการบิน และสามารถเรียกร้องเงินชดเชยจากสายการบินได้เลย

6. กระเป๋าเดินทางเสียหาย (รับประเทศ) ให้ขอเอกสารรับรองจากสายการบิน และสายการบินจะรับผิดชอบ 2 กรณีคือ หากเสียหายไม่มาก สายการบินจะติดต่อร้านซ่อมกระเป๋าให้ แต่ถ้าหากเสียหายจนซ่อมไม่ได้ สายการบินจะให้กระเป๋าเดินทางใบใหม่

คลิกเพื่อดูตัวอย่างเอกสารเคลมประกันของ MSIG



หลังจากส่งเคลมประกันแล้ว ทางบริษัทจะส่ง SMS เพื่อความคืบหน้า




Post a Comment

Previous Post Next Post